
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎหมายเกี่ยวกับตลาดทุน 4 ฉบับ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างกฎหมายให้ทันสมัย รองรับธุรกรรมในระบบดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล และยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน
กฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่าง พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ร่าง พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน และร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามขั้นตอน
นายเอกนิติ ระบุว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของตลาดทุนไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมุ่งให้กฎหมายสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจยุคดิจิทัล
สาระสำคัญครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมตลาดทุนดิจิทัล เปิดทางให้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีผลทางกฎหมายชัดเจน ลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ การยกระดับกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ การพัฒนาตลาดรองและองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบรายงานทางการเงิน
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมาย โดยให้สำนักงาน ก.ล.ต. มีบทบาทร่วมกับพนักงานสอบสวนในคดีบางประเภทที่ส่งผลกระทบต่อตลาดทุนและเศรษฐกิจ เพื่อช่วยลดขั้นตอนและทำให้กระบวนการดำเนินคดีมีความรวดเร็วมากขึ้น
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้จะช่วยลดภาระผู้ประกอบธุรกิจ เพิ่มความโปร่งใสในการลงทุน และสร้างเครื่องมือให้ภาครัฐกำกับดูแลตลาดทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายเอกนิติ ย้ำว่า การยกระดับกฎหมายตลาดทุนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนไทยและต่างประเทศ พร้อมผลักดันตลาดทุนไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคาดว่าการดำเนินคดีความผิดบางประเภทจะรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่อาจใช้เวลานานกว่า 2 ปี
#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #กระทรวงการคลัง #กลต. #ตลาดทุนไทย #เศรษฐกิจดิจิทัล #รัฐบาลไทย #TheNewsroom
