
“โซลาร์เซลล์” ทางรอดค่าไฟยุคใหม่ บ้านแบบไหนคุ้มสุด
ท่ามกลางค่าครองชีพที่ยังเป็นแรงกดดัน “ค่าไฟฟ้า” กลายเป็นรายจ่ายหลักของหลายครัวเรือน ทำให้พลังงานทางเลือกอย่าง “โซลาร์เซลล์” ถูกจับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะหลังรัฐบาลเดินหน้ามาตรการลดค่าไฟและสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าภาคประชาชนอย่างจริงจัง
ล่าสุด เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ประกาศเร่งส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน พร้อมเปิดทางให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบในรูปแบบ Net Billing ที่อัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนบทบาทประชาชนจาก “ผู้ใช้ไฟ” สู่ “ผู้ผลิตไฟ”
คำถามสำคัญคือ “บ้านแบบไหนเหมาะติดโซลาร์?”
คำตอบคือ บ้านที่ใช้ไฟช่วงกลางวันเป็นหลัก เช่น เปิดแอร์ต่อเนื่อง ทำงานจากบ้าน ร้านค้า ร้านอาหาร หรือสำนักงานขนาดเล็ก โดยเฉพาะบ้านที่มีค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป จะเห็นผลประหยัดชัดเจนที่สุด
ในด้านต้นทุน ปัจจุบันราคาติดตั้งลดลงอย่างมาก ระบบขนาด 3 กิโลวัตต์ อยู่ที่ประมาณ 120,000 – 180,000 บาท และระบบ 5 กิโลวัตต์ อยู่ที่ประมาณ 180,000 – 250,000 บาท โดยสามารถคืนทุนเฉลี่ยใน 5–8 ปี และมีอายุใช้งานยาวนานกว่า 25 ปี
ตัวอย่างระบบ 5 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟได้ราว 700–800 หน่วยต่อเดือน ช่วยลดค่าไฟได้อย่างมีนัยสำคัญ หากใช้ไฟในช่วงกลางวัน และยังมีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการขายไฟคืนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจติดตั้ง ควรพิจารณาให้รอบด้าน ทั้งการดูบิลค่าไฟย้อนหลัง พฤติกรรมการใช้ไฟ สภาพหลังคา และเลือกผู้ติดตั้งที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่าในระยะยาว
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมลดขั้นตอนการอนุญาตติดตั้ง ผ่านระบบ One Stop Service เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตั้งได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งหากดำเนินการได้จริง จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดสำคัญ และทำให้โซลาร์เซลล์กลายเป็นทางเลือกหลักของคนไทยในอนาคต
