
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภาพรวมวันที่ 4 ของการประชุม IMF–World Bank Group 2026 ที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่า ไทยได้รับสัญญาณเชิงบวกด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หลังนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวถึงประเทศไทยในกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแส AI และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี ร่วมกับสหรัฐฯ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้
นายเอกภพระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุนการผลิต ไปสู่การเลือกประเทศคู่ค้าที่มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ ขณะที่ผู้แทนสหภาพยุโรปกล่าวถึงไทยในกลุ่มประเทศที่กำลังเร่งเจรจาความตกลงทางการค้า เพื่อกระจายตลาดและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเสนอแนวทางรับมือความเสี่ยงจากราคาพลังงาน ต้นทุนทางการเงิน และการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่
รัฐบาลเตรียมเร่งเปลี่ยนเงินลงทุนให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ผ่านโครงการ Skill Bridge เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุน สนับสนุน SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานและรายได้
นายเอกภพย้ำว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเดินหน้ารักษาวินัยการคลังและพัฒนาเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เพื่อรับมือภัยพิบัติและความผันผวนทางเศรษฐกิจ พร้อมต่อยอดโอกาสจากเวที IMF–World Bank ให้เกิดการลงทุน การสร้างงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประชาชน
#เอกภพเพียรพิเศษ #อนุทินชาญวีรกูล #เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #IMFWorldBank2026 #IMF #WorldBank #AI #SkillBridge #SMEs #เศรษฐกิจไทย #TheNewsroom
