“เมื่อชาวจีนหยุด ‘เที่ยวเพื่อเช็กอิน’ แล้วเริ่ม ‘เดินทางเพื่อค้นหา’”

“เมื่อชาวจีนหยุด ‘เที่ยวเพื่อเช็กอิน’ แล้วเริ่ม ‘เดินทางเพื่อค้นหา’”

Golden Week ปี 2025 อาจไม่ใช่เพียงเทศกาลหยุดยาวของจีน

แต่มันคือ “สัญญาณที่ส่งแรงกระเพื่อม” ต่อโครงสร้างการท่องเที่ยวโลก ที่กำลังเขย่าทั้งระบบความเข้าใจของประเทศปลายทางอย่างเรา

โดยเฉพาะประเทศไทย ที่เคยเสพติดภาพรถบัสยาวเป็นขบวนและเสียงไมค์ไกด์แผดผ่านตลาดน้ำ

ปีนี้ ข้อมูลจาก Huatai Research บอกเราว่า ชาวจีนออกเดินทาง “นอกประเทศ” เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการท่องเที่ยวในประเทศ และยอดจองบริการขอวีซ่าพุ่งขึ้นเกือบ 30% ไทยยังคงรั้งอันดับ 2 จุดหมายปลายทางยอดนิยม แต่คำถามสำคัญคือ “พวกเขาเดินทางแบบเดิมอยู่หรือไม่”

คำตอบคือ “ไม่” แบบสิ้นเชิง

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความคึกคักในสนามบิน แต่คือ “การเปลี่ยนแกนความคิด” ของนักเดินทางรุ่นใหม่ชาวจีน

พวกเขาเริ่มให้ “เวลา” มากกว่าเดิม และ “เลือกใช้เงิน” อย่างมีสติ

วันหยุด 8 วัน กลายเป็น 12 วัน เมื่อชาวออฟฟิศกว่า 30% ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนต่อเนื่อง เพื่อออกเดินทางลึก

ไม่ใช่แค่จอดถ่ายรูปหน้าวัดแล้วกลับโรงแรม แต่เป็นการใช้ชีวิตแบบที่พวกเขาเรียกว่า Deep Travel

พวกเขาไม่ได้หนีเมืองจีน แต่หนีความเร่งรีบ เพื่อเรียนรู้โลกในจังหวะที่ช้าลง และจับต้องได้จริงมากขึ้น

ในเวลาเดียวกัน “งบประมาณ” ก็เปลี่ยนความหมายไปจากเดิม มันไม่ใช่การใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย แต่คือ “การลงทุนในประสบการณ์”

พวกเขาลดการจับจ่ายทั่วไป ยอดค้าปลีกในประเทศโตเพียง 3.3% รายได้จาก Box Office ดิ่งลง 24%

แต่กลับเพิ่มการใช้จ่ายใน “ทัวร์กลุ่มคุณภาพสูง” มากกว่า 20%

เงินที่ไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ย้ายจาก “ความบันเทิงธรรมดา” ไปสู่ “คุณค่าที่มีเรื่องเล่า”

ในโลกที่ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” กลายเป็นภาพจำ

จีนรุ่นใหม่เดินทางแบบ Family FITs ครอบครัวขนาดเล็กที่เลือกเช่ารถเอง มีคนขับ มีคาร์ซีทให้ลูก และขอความเป็นส่วนตัวระดับสูง

ยอดจองรถพร้อมคนขับในจีนพุ่งกว่า 115% ยอดเช่ารถ MPV เพิ่ม 160% และคาร์ซีทโตอีก 170%

เพราะพวกเขาไม่ได้ต้องการ “ความถูก” แต่ต้องการ “ความมั่นใจและความปลอดภัย”

การเดินทางแบบนี้ไม่ใช่การเที่ยว แต่คือ “การออกสำรวจโลกในแบบของครอบครัวตัวเอง”

พวกเขาเบื่อภาพเดิมของมหานครที่แออัด และเริ่มค้นหาความสงบใน “เมืองรอง”

ยอดค้นหาคำว่า “Unseen” และ “County Tourism” ในจีนเพิ่มขึ้นเท่าตัว

เมื่อวีซ่าฟรีมาพร้อมการตลาดอัจฉริยะ เมืองอย่างอุซเบกิสถานมียอดจองตั๋วพุ่ง 3.3 เท่า คาซัคสถานยอดเช่ารถขับเองโต 900%

บทเรียนตรงไปตรงมา

และถ้าเมืองไทยที่อยากจับตลาดนี้ ต้องเลิกขาย “แหล่งท่องเที่ยว” แล้วเริ่มขาย “ความรู้สึกของการค้นพบ”

นี่คือหัวใจของ Experience Economy ที่แท้จริง

ชาวจีนไม่ต้องการ “ดู” อีกต่อไป พวกเขาต้องการ “ทำ”

ซีรีส์เดียวในจีนสามารถปลุกการเดินทางได้ทั้งเมือง อย่างที่ “Escape from the Trilateral Slopes” ทำให้ยอดค้นหา “สิบสองปันนา” พุ่ง 244% เช่นเดียวกับเทนนิส China Open ที่ทำให้ยอดจองโรงแรมรอบสนามเพิ่มขึ้นกว่า 116%

นี่คือพลังของ Soft Power ที่แท้จริง ไม่ใช่การโฆษณา แต่คือ “แรงบันดาลใจที่เปลี่ยนพฤติกรรม”

นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับธุรกิจไทย

ชาวจีนรุ่นใหม่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวประหยัด แต่คือ “ผู้บริโภคที่มีเกณฑ์คุณค่า”

ราคาถูกคือธงแดง ไม่ใช่แรงจูงใจ

ข้อมูลระบุว่าการใช้จ่ายในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปของจีนลดลง เช่น เสฉวน -3.8% และจิงโจว -27.2%

เพราะพวกเขาไม่จ่ายเพื่อสิ่งธรรมดา แต่พร้อมจ่ายหนักเพื่อสิ่งที่ “คุ้มค่ากับจิตใจ”

ทัวร์กลุ่มคุณภาพสูง +20% คือหลักฐานชัดเจน ว่าความหรูในยุคนี้ไม่ได้วัดด้วยราคาป้าย แต่ด้วย “ความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า”

แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจีน ไม่ได้มาจากปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้อีกต่อไป

แต่คือเมือง Tier-3 และ Tier-4 ที่กำลังเติบโตอย่างเงียบ ๆ

ขณะนี้พวกเขาครองสัดส่วนการใช้จ่ายกว่า 50.2% ของประเทศ และเดินทางข้ามพรมแดนสู่กว่า 3,000 เมืองทั่วโลก

สำหรับไทย นี่คือ “สัญญาณทอง”

เพราะสายการบินโลว์คอสต์จีนกำลังเปิดเส้นทางใหม่จากเมืองเหล่านี้ตรงสู่ภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่น

สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การโปรโมตทั่วประเทศจีน แต่คือ “การตลาดแม่นยำด้วยข้อมูล” ที่พูดกับหัวใจของนักเดินทางเฉพาะกลุ่ม

ดังนั้น Golden Week ปีนี้คือบทพิสูจน์ว่า

ยุคของ Mass Tourism ได้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์

สิ่งที่กำลังมาแทน คือยุคของ Smart, Personalized & High-Value Tourism

การตลาดแบบหว่านต้องหลีกทางให้การสื่อสารแบบเฉพาะตัว

การลดแลกแจกแถมต้องถูกแทนที่ด้วยการสร้างคุณค่า

และประเทศไทยต้องหยุดพึ่ง “คันเร่งชื่อวีซ่าฟรี” หากเครื่องยนต์ของประสบการณ์ยังเป็นรุ่นเก่า

เพราะในโลกแห่งการเดินทางยุคใหม่ นักท่องเที่ยวไม่ได้มาหาความคุ้มค่า

แต่เขามาหาความหมาย

และใครที่ยังขาย “ราคาถูก” ในโลกที่คนจ่ายเพื่อ “คุณค่า”

ก็คงต้องเตรียมใจไว้… ว่าราคาที่ต้องจ่าย อาจไม่ใช่เงิน แต่คือ “การถูกลืม”

ดร.ณพรรษธ์สรฌ์ เสมสันต์

นักวิชาการอิสระ

#GoldenWeek2025 #SmartTravelChina #DeepTravel #เมืองรอง #ExperienceEconomy #นักท่องเที่ยวจีน