
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งขยายผลตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี หลังสถานการณ์น้ำท่วมพบคราบน้ำมันและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ พร้อมตรวจสอบความเชื่อมโยงของกลุ่มทุนต่างชาติและการใช้คนไทยเป็นนอมินี ครอบคลุมบริษัทที่ประกอบธุรกิจลักษณะใกล้เคียงกัน 86 แห่ง
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีคำสั่งหยุดกิจการชั่วคราวโรงงาน 3 แห่ง หลังตรวจพบข้อบกพร่องเกี่ยวกับการประกอบกิจการและการจัดการขยะอุตสาหกรรม โดยบางแห่งพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 80 ตัน และการดำเนินงานไม่ตรงตามเงื่อนไขใบอนุญาต ขณะที่อีก 1 บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
นายพลพีร์เปิดเผยผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดปกติของทุนจดทะเบียนบางบริษัทที่เพิ่มจาก 5 ล้านบาทเป็น 105 ล้านบาท และจาก 3 ล้านบาทเป็น 300 ล้านบาท รวมถึงพบการถือหุ้นไขว้ระหว่างกลุ่มบุคคลที่ใช้นามสกุลเดียวกัน และใช้ผู้จัดทำบัญชีกับผู้สอบบัญชีรายเดียวกัน จึงสั่งตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและเส้นทางการเงิน
จากบริษัทเป้าหมาย 86 แห่ง พบ 31 บริษัทมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่าคนไทย โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลไปยังบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นไทยทั้งหมด ซึ่งอาจมีข้อสงสัยเรื่องการถือหุ้นแทนบุคคลต่างชาติ
นายพลพีร์ระบุว่า จะประสานกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมที่ดิน กรมศุลกากร และ ปปง. ตรวจสอบทั้งการนำเข้าขยะอุตสาหกรรม การถือครองที่ดิน และเส้นทางการเงิน โดยตั้งเป้ารวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของ 4 บริษัทภายในวันที่ 16 ตุลาคม ก่อนขยายผลตามพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
#พลพีร์สุวรรณฉวี #กระทรวงมหาดไทย #ปราจีนบุรี #โรงงานทุนจีน #นอมินี #กากอุตสาหกรรม #น้ำท่วมปราจีนบุรี #กรมโรงงานอุตสาหกรรม #BOI #ปปง #TheNewsroom
