
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (CMC) ณ วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 15.00 น. พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 4,635 แห่ง ใน 59 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 18,205.63 ล้านบาท แบ่งเป็นสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม 17,845.69 ล้านบาท และนอกนิคมอุตสาหกรรม 359.94 ล้านบาท โดยจังหวัดชลบุรีมีมูลค่าความเสียหายสูงสุด 17,896.67 ล้านบาท
จังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบจำนวนมาก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง ปราจีนบุรี และชลบุรี ครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรม SMEs และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งต้องเร่งฟื้นฟูการผลิตและเสริมสภาพคล่องเพื่อให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง
ผลประเมินความต้องการช่วยเหลือพบว่า ผู้ประกอบการ 77.6% ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเฉพาะเงินทุนฟื้นฟูกิจการ การซ่อมแซมความเสียหาย และเครื่องจักรที่ได้รับผลกระทบ
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเดินหน้ามาตรการทางการเงิน โดย SME D Bank พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน มีผู้เข้าร่วมแล้ว 539 ราย วงเงินรวม 1,807.32 ล้านบาท พร้อมสินเชื่อ DIPROM Pay วงเงิน 50 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ 3 เดือน ควบคู่การประสานซ่อมแซมเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และอาคาร พร้อมตรวจสอบความปลอดภัยโรงงานหลังน้ำลด โดยเฉพาะพื้นที่จัดเก็บหรือใช้สารเคมีอันตราย
นอกจากนี้ ยังส่งมอบกากน้ำตาล 16,000 ลิตร เพื่อผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ได้ 80,000 ลิตร สำหรับบำบัดน้ำเสียในพื้นที่น้ำท่วมขังและเริ่มเน่าเสีย เช่น พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ชัยนาท และนครนายก พร้อมมอบถุงยังชีพกว่า 15,468 ถุง รวมถึงเตรียมถุงบิ๊กแบ็ก กระสอบทราย และทราย สนับสนุนประชาชนและหน่วยงานที่ต้องการความช่วยเหลือ
ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม สามารถติดต่อสายด่วน 1564 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
#วราวุธศิลปอาชา#กระทรวงอุตสาหกรรม#น้ำท่วม#ช่วยเหลือผู้ประกอบการ#SME#ฟื้นฟูธุรกิจ#TheNewsroom
