
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ว่า แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.1% จากเดิม 1.5% ในเดือนเมษายน และ 1.9% ในเดือนกรกฎาคม แต่เชื่อว่าไทยมีศักยภาพเติบโตได้สูงกว่า 3% หากเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยแนวทาง Investment-led Growth ใช้การลงทุนเป็นเครื่องยนต์หลัก โดยไม่มุ่งเพียงดึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) แต่ต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะแรงงานไทย เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ เพิ่มรายได้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ขณะเดียวกัน ต้องผลักดันผู้ประกอบการ SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทต่างชาติ ต่อยอดจากอุตสาหกรรมยานยนต์สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เกษตรสมัยใหม่ อาหาร และบริการทางการแพทย์ โดยรัฐบาลและภาคเอกชนตั้งเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% หรือ 3% พลัส
นายเอกนิติระบุว่า การประชุม IMF–World Bank ครั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนจากต่างประเทศเกือบ 20,000 คน โดยไทยใช้เวทีนำเสนอศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการเงิน ทั้งโครงการไทยช่วยไทย AI นกกระซิบ และบทบาท Trusted Connector เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า
นอกจากนี้ ไทยยังนำบทเรียนเศรษฐกิจตลอด 35 ปี รวมถึงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 มาประกอบการกำหนดทิศทางการเติบโตในอนาคต พร้อมเตรียมนำเสนอ Bangkok Blueprint วันที่ 14 ตุลาคม เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางการเงินดิจิทัล และความร่วมมือปราบปรามบัญชีม้า สแกมเมอร์ และอาชญากรรมทางการเงินข้ามพรมแดน
นายเอกนิติย้ำว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องสร้างประโยชน์ให้ประชาชน ผ่านการลงทุน การพัฒนาทักษะ และการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทย เพื่อผลักดันเศรษฐกิจกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
