
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเวที “Building Resilience in a Fragmented World” ในการประชุม IMF–World Bank Group 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมผู้นำเศรษฐกิจโลกจาก IMF ธนาคารโลก และรัฐมนตรีคลังฟินแลนด์ เพื่อหารือแนวทางรับมือเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความขัดแย้งและการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ
นายเอกนิติระบุว่า ไทยต้องปรับตัวรับความผันผวนผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การค้า ตลาดการเงิน และการลงทุน โดยด้านพลังงาน ไทยได้กระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันจากเดิมที่พึ่งพาตะวันออกกลางมากกว่า 50% ไปยังแอฟริกาตะวันตกและละตินอเมริกา เพื่อลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงาน
ด้านตลาดการเงิน นายเอกนิติเปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 60 Basis Points เทียบกับสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 120 Basis Points ขณะที่คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 47% และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวมากกว่า 10% ต่อเนื่อง 2 ไตรมาส
รัฐบาลเดินหน้าผลักดันบทบาทประเทศไทยเป็น Trusted Connector เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กติกาสากล พร้อมสนับสนุนโครงข่ายพลังงานจากลาว ผ่านไทยและมาเลเซียสู่สิงคโปร์ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ไทยเร่งขับเคลื่อนโครงการ Skill Bridge เชื่อมภาคธุรกิจกับมหาวิทยาลัย พัฒนาทักษะแรงงานรองรับ AI และอุตสาหกรรมใหม่ โดยมุ่งให้เงินลงทุน FDI นำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างงาน และเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานไทยในระยะยาว
สำหรับการจัดประชุมครั้งนี้ ไทยนำผลงานสิ่งทอจากชุมชนกว่า 37 แห่งทั่วประเทศมาประดับสถานที่ประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในงานระดับโลก โดยนายเอกนิติย้ำความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นทั้งระดับนานาชาติและระดับท้องถิ่น พร้อมเดินหน้าความร่วมมือเพื่อยกระดับผลิตภาพและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #กระทรวงการคลัง #IMFWorldBank2026 #TrustedConnector #FDI #การลงทุนต่างชาติ #เศรษฐกิจไทย #SkillBridge #AI #อาเซียน #TheNewsroom
