
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์เอกซ์ (InnovestX) ประเมินการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในรอบ 35 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000–20,000 คนจาก 191 ประเทศ จะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 1,000–2,000 ล้านบาท
InnovestX มองว่าธุรกิจที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่ โรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก และขนส่งในกรุงเทพมหานคร จากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประชุมที่มีกำลังซื้อสูงและมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 7.4 คืน ขณะที่สภาหอการค้ามีการประเมินเม็ดเงินหมุนเวียนอาจสูงถึง 9,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมใช้เวทีประชุมและการหารือทวิภาคีกว่า 30 นัดหมาย นำเสนอศักยภาพไทยผ่าน Thailand Pavilion ทั้งการเงินดิจิทัล PromptPay ระบบ QR ข้ามพรมแดน พลังงานสะอาด และ Wellness เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรม AI, Data Center และยานยนต์ไฟฟ้า
ด้านตลาดทุน InnovestX ประเมินว่าการประชุมครั้งนี้อาจเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ และสนับสนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทย โดยแบ่งกลยุทธ์ลงทุนเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ระยะสั้นจากการใช้จ่ายช่วงประชุม และหุ้นที่มีโอกาสเติบโตระยะยาวจากการลงทุนต่างประเทศ
สำหรับระยะสั้น InnovestX ระบุหุ้นกลุ่มโรงแรม ERW, CENTEL ค้าปลีก CPALL, CPN, CRC และขนส่ง AOT, BEM ขณะที่ระยะยาวให้ความสนใจกลุ่มธนาคาร KBANK, KTB, BBL นิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA อิเล็กทรอนิกส์ DELTA, KCE, HANA พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยี
ทั้งนี้ InnovestX มองว่าการนำเสนอความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาดของไทย จะเป็นโอกาสสร้างความเชื่อมั่นและขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยผลต่อกระแสเงินทุนและตลาดหุ้นยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักลงทุนและความคืบหน้าการลงทุนจริง
#InnovestX #IMFWorldBank2026 #เศรษฐกิจไทย #ตลาดหุ้นไทย #FundFlow #FDI #การลงทุนต่างชาติ #ท่องเที่ยวไทย #AI #EV #พลังงานสะอาด #TheNewsroom
