
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกระทู้ถามสดด้วยวาจาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการจัดการน้ำท่วมและการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง หลังได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ชี้แจงต่อสภาฯ
นายเจเศรษฐ์ระบุว่า สภาพฝนและภัยธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคาดการณ์ล่วงหน้าทำได้ยากขึ้น โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ เตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ เผชิญเหตุในพื้นที่ประสบอุทกภัย และฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย พร้อมกำชับให้ตรวจสอบความพร้อมของศูนย์อพยพ ทั้งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และสัญญาณ Wi-Fi เพื่อดูแลประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
สำหรับลุ่มน้ำบางปะกง ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปภาพรวมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักน้ำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างสมดุล โดยระบุว่าหลังติดตั้งเครื่องมือระดับน้ำลดลงอย่างชัดเจน และหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติช่วงวันที่ 13–15 พฤศจิกายน
ส่วนการแจ้งเตือนภัย มีทั้งหนังสือราชการ การประชุมเตรียมพร้อม ระบบ Cell Broadcast การแจ้งเตือนล่วงหน้าและขั้นสูงสุด รวมถึง SMS ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เพื่อให้ประสานงานกับศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่กรณีสารพิษปนเปื้อน นายกรัฐมนตรีสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและป้องกันผลกระทบ โดยมีการสั่งหยุดบริการและปิดโรงงานที่เกี่ยวข้องบางแห่งแล้ว
ด้านการเยียวยา รัฐบาลยกระดับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยผู้ประสบภัยมีสิทธิได้รับเงินก้อนแรก 10,000 บาท และเงินช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเพิ่มเติมไม่เกิน 90,000 บาท ส่วนความเสียหายด้านปศุสัตว์และการเกษตรอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอ ครม. พิจารณางบช่วยเหลือเพิ่มเติม
นายเจเศรษฐ์ยืนยันว่า ปภ. พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจาก สส. และช่วยเหลือทุกจังหวัดโดยไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมย้ำว่า “จังหวัดขออะไรเราให้หมด” โดยทุกหน่วยงานจะพยายามจัดหาทรัพยากรและอุปกรณ์เท่าที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มกำลัง
#เจเศรษฐ์ไทยเศรษฐ์#กระทรวงมหาดไทย#ปภ#น้ำท่วม#ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ#ช่วยเหลือประชาชน#TheNewsroom
