
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพเศรษฐกิจไทยและร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจการเงินโลก ท่ามกลางความขัดแย้งและความผันผวนที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วกว่า 16,000 คน และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นถึง 20,000 คน โดยไทยมุ่งใช้บทบาทประเทศศูนย์กลางเชื่อมโยงนานาชาติ สร้างความร่วมมือทางธุรกิจ และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศ
อีกประเด็นสำคัญคือ AI Infrastructure และ Data Center ซึ่งไทยเตรียมแบ่งปันบทเรียนด้านการกำกับดูแล พร้อมวางแนวทางให้การลงทุนคำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
สำหรับ “ปฏิญญากรุงเทพฯ” จะมุ่งเน้น 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ Bangkok Blueprint พิมพ์เขียวการเงินยุคดิจิทัล ที่นำเทคโนโลยีมาต่อยอดช่วยให้ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น โดยใช้ตัวอย่างจากแอปพลิเคชันเป๋าตัง ถุงเงิน และ AI นกกระซิบ
ส่วนอีกด้าน ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับ IMF เตรียมจัดเวทีแสดงให้เห็นถึงระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย ก่อนสรุปผลการประชุมตลอด 7 วันผ่าน Bangkok Dialogue เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำข้อเสนอไปต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายเอกนิติย้ำว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ควรสิ้นสุดลงเพียง 7 วัน แต่ควรสร้างผลต่อเนื่องต่อเวทีเศรษฐกิจและการเงินโลกในระยะยาว
#เอกนิติ#ปฏิญญากรุงเทพฯ#IMFWorldBank2026#การเงินดิจิทัล#เศรษฐกิจไทย#TheNewsroom
