
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้าดึงนักลงทุนญี่ปุ่นยกระดับการลงทุนในไทย ผ่านนโยบายส่งเสริมการลงทุนคุณภาพ (Quality Investment Led Growth) โดยมีโครงการ BOI-to-IPO เป็นกลไกสำคัญ เปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในไทยเข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมเตรียมช่องทางเร่งรัด Fast Track และ Super-Fast Track รวมถึงสิทธิประโยชน์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน
ในงาน Thailand–Japan Investment Forum 2026 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายเอกนิติระบุว่า ต้องการให้บริษัทญี่ปุ่นเป็นบริษัทแรกที่เข้าร่วมโครงการ BOI-to-IPO เนื่องจากเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่ลงทุนในไทยมายาวนานกว่า 60 ปี มีบทบาทสำคัญทั้งด้านเงินลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจ้างงาน
ยุทธศาสตร์การลงทุนคุณภาพยังมุ่งเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การดึงดูดการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาพลังงานสะอาดและตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ ตลอดจนการผลักดัน AI ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์รับส่งข้อมูล ไปจนถึงอุตสาหกรรมชิปขั้นสูง ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำ AI ไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ด้านนาย นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากทุกประเทศกว่า 1,300 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ขณะที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมกว่า 1,300 โครงการ มูลค่าเกือบ 400,000 ล้านบาท โดยกลุ่มลงทุนสำคัญ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์และชิ้นส่วน และเคมีภัณฑ์กับปิโตรเคมี
BOI ยังเดินหน้าดึงดูดการลงทุนใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ ตั้งแต่อุตสาหกรรมชีวภาพและสีเขียว ยานยนต์และ EV เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ไปจนถึงศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ฮอนด้า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มาสด้า และอีซูซุ ประกาศแผนลงทุนเพิ่มเติมในไทยรวมกว่า 50,000 ล้านบาทในช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ BOI เชิญชวนบริษัทญี่ปุ่นกว่า 6,000 แห่งที่มีฐานการผลิตในไทย พิจารณาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาคและศูนย์วิจัยและพัฒนา เพื่อยกระดับไทยสู่ฐานการลงทุนและธุรกิจระดับภูมิภาค
#เอกนิติ#BOI#BOItoIPO#ลงทุนไทย#นักลงทุนญี่ปุ่น#เศรษฐกิจไทย#TheNewsroom
