
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 กรณีปัญหาประชาชนเข้าไม่ถึงระบบไฟฟ้าในพื้นที่สูงของจังหวัดเชียงใหม่ โดยยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เร่งหาแนวทางแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต การศึกษา การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงบริการสาธารณสุข
ปัจจุบันมีพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้ารวมประมาณ 80 หมู่บ้าน ประชาชนราว 7,700 คน ใน 5 อำเภอ ได้แก่ อมก๋อย 45 หมู่บ้าน แม่แจ่ม 24 หมู่บ้าน จอมทอง 5 หมู่บ้าน ฮอด 4 หมู่บ้าน และดอยเต่า 2 หมู่บ้าน โดยปีงบประมาณ 2570 PEA เตรียมขยายเขตไฟฟ้าและพาดสายรวมประมาณ 32 กิโลเมตร นำร่องช่วยเหลือ 420 ครัวเรือน ใน 3 โครงการ ได้แก่ บ้านแม่ก๊อก บ้านขุนยะ และหย่อมบ้านสบแม่ผาปู๋
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ PEA เร่งสำรวจพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาระบบไมโครกริดหรือมินิกริดสำหรับโรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สถานีตำรวจ และศาสนสถาน โดยต่อยอดจากรูปแบบที่ดำเนินการในแม่ฮ่องสอน รวมถึงพิจารณาพลังงานลมและระบบแบตเตอรี่เช่นเดียวกับเกาะสมุยและเกาะเต่า
นายพลพพีร์ย้ำว่า การขยายไฟฟ้าต้องคำนึงถึงความจำเป็นของประชาชน ไม่ใช่เพียงความคุ้มค่าทางการเงิน พร้อมระบุว่า วงเงิน 75,000 บาทต่อครัวเรือนไม่ใช่ข้อจำกัดตายตัว หากจำเป็นต้องเข้าถึงไฟฟ้าเพื่อการเรียนรู้ การรักษาพยาบาล หรือการสื่อสาร PEA สามารถเสนอขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมได้
ขณะเดียวกัน ได้หารือกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อบูรณาการลดขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้และป่าสงวนสำหรับปักเสาพาดสายไฟ พร้อมเปิดเผยงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเชียงใหม่ ได้แก่ โครงการ Smart Grid 10 โครงการ วงเงินรวม 89 ล้านบาท และโครงการพัฒนาการเดินทางและแก้ปัญหาดินสไลด์ 25 โครงการ วงเงินรวม 113 ล้านบาท ใน 4 อำเภอ
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยยังพร้อมประสานจัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายเพื่อสนับสนุนเส้นทางสัญจรเพิ่มเติม โดยมุ่งให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับบริการพื้นฐานอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
#พลพีร์สุวรรณฉวี#กระทรวงมหาดไทย#การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค#ขยายเขตไฟฟ้า#เชียงใหม่#ไมโครกริด#TheNewsroom
