
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากสิงคโปร์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องเป็นวันที่ 9
นายอนุทินระบุว่า แม้ฝนในพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มลดลง แต่ช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคมนี้ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ อาจมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงกำชับทุกหน่วยงานเร่งวางแผนระบายน้ำ เตรียมพื้นที่รองรับน้ำ และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า โดยใช้ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและระบบพยากรณ์ระยะสั้น Nowcasting ประกอบการประเมินสถานการณ์ หากเสี่ยงน้ำท่วมสูงให้เตรียมอพยพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
สำหรับลุ่มน้ำบางปะกงในจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ให้เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณปากแม่น้ำ ส่วนภาคใต้ต้องซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เตรียมบุคลากรและทรัพยากรให้พร้อม ขณะที่ศูนย์พักพิงต้องจัดระบบดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและปัญหาสุขอนามัย
นายกรัฐมนตรีสั่งการ 8 มาตรการสำคัญ ได้แก่
-เตรียมดูแลสุขภาพประชาชน ป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลด
-กำจัดซากสัตว์อย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลและหลักวิชาการ
-ควบคุมโรคระบาดและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
-ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามฝนล่วงหน้า 3–6 ชั่วโมง พร้อมส่งทีมช่วยเหลือทันที
-เร่งสำรวจและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
-เตรียมรับมือฝนในภาคใต้ ประเมินพื้นที่เสี่ยง ปรับระบบระบายน้ำ และบูรณาการการทำงาน
-เตรียมแผนอพยพ แจ้งเตือนประชาชน จัดตั้งศูนย์รับมือภัยพิบัติ และรายงานสถานการณ์ต่อส่วนกลาง
-เร่งสำรวจครัวเรือนผู้ประสบภัยในทุกจังหวัดและกรุงเทพฯ ส่งรายชื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อทยอยจ่ายเงินเยียวยาทันที โดยไม่ต้องรอให้น้ำลดทั้งหมด
นายกรัฐมนตรีกำชับทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งการเตือนภัย การระบายน้ำ การดูแลสุขภาพ และการช่วยเหลือเยียวยา เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว พร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ที่อาจกระทบหลายพื้นที่
#อนุทินชาญวีรกูล#น้ำท่วม2569#เตือนภัยฝนตกหนัก#เงินเยียวยาน้ำท่วม#TheNewsroom
