“บันเทิงธิปไตย” ถูกวิจารณ์ญัตติไม่ไว้วางใจ คำกล่าวหาแรง แต่หลักฐานต้องชัด

ดิฉันอ่านญัตติฉบับนี้แล้วสะดุดกับภาษาที่ใช้ค่ะ โดยเฉพาะคำว่า “ขาดความละอาย จิตใจฟุ้ง ละโมบโลภมาก” ตลอดจน “ไร้คุณธรรม” “ไร้เกียรติ” “ไร้ศักดิ์ศรี” และอีกสารพัดคำที่เรียงกันมาอย่างเผ็ดร้อน
คำด่าแน่นมากค่ะ แต่รายละเอียดที่ประชาชนจะใช้ตรวจสอบข้อกล่าวหายังบางกว่าความเผ็ดของถ้อยคำอยู่มาก
กล่าวหาว่าทุจริต ต้องชี้ให้เห็นว่าทุจริตเรื่องอะไร โครงการไหน ใครทำอะไร เงินไปที่ใคร และรัฐเสียหายอย่างไร กล่าวหาว่าแทรกแซง ต้องแสดงให้เห็นว่าแทรกแซงผ่านการกระทำใด ใครเกี่ยวข้อง และมีหลักฐานอะไรเชื่อมโยงถึงผู้ถูกกล่าวหา
ส่วนคำว่า “จิตใจฟุ้ง” ดิฉันอยากทราบจริง ๆ ว่าผู้เสนอจะพิสูจน์ด้วยอะไร อ่านใจรัฐมนตรีได้ หรือเพียงต้องการเติมคำให้ประโยคดุขึ้น?
การตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอย่างจริงจัง ยิ่งข้อกล่าวหาร้ายแรง คนกล่าวหายิ่งต้องทำการบ้านหนัก เพราะประชาชนต้องการรู้ความจริง ไม่ได้ต้องการเพียงฟังใครบริหารคำด่าได้คล่องกว่าใคร
ในญัตติมีการระบุว่าจะนำรายละเอียดไปแถลงในสภา ดิฉันก็จะรอดูค่ะ ว่าหลักฐานจะหนักแน่นเท่าภาษาที่ใช้หรือไม่ แต่คำว่า “จะชี้แจงภายหลัง” ไม่ได้ทำให้ทุกคำประณามในวันนี้กลายเป็นข้อเท็จจริงโดยอัตโนมัติ
แล้วใครควรถูกกล่าวหาว่า “จิตใจผุพัง”?
ดิฉันไม่ขอแจกคำนี้ให้ใครง่าย ๆ เพราะถ้าเราเรียกร้องให้การกล่าวหามีหลักฐาน เราก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับตัวเอง แต่ผู้ที่ใช้ข้อกล่าวหาร้ายแรงโดยไม่รับผิดชอบต่อความจริง ย่อมต้องถูกตรวจสอบเรื่องจริยธรรมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ถ้าหลักฐานแน่น เปิดมาเลยค่ะ ตรวจสอบให้สุด ประชาชนได้ประโยชน์ แต่ถ้าหวังให้คำประณามทำหน้าที่แทนหลักฐาน นั่นแหละที่ดิฉันเรียกว่า “บันเทิงธิปไตย”
สภามีไว้ตรวจสอบอำนาจ การทำหน้าที่นี้ต้องใช้มากกว่าความสามารถในการเขียนให้คนสะใจค่ะ

นักวิชาการอิสระ
ธารินี วรินทรากุล

#ญัตติไม่ไว้วางใจ #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #บันเทิงธิปไตย #ตรวจสอบด้วยหลักฐาน #สภาผู้แทนราษฎร #การเมืองไทย #TheNewsroom