
ที่ประชุม บกปภ.ช. วันที่ 7 ตุลาคม รายงานสถานการณ์น้ำท่าในแม่น้ำสายหลัก ภาพรวมมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง หลังหลายพื้นที่สามารถระบายน้ำออกได้มากขึ้น แต่ยังต้องติดตามพื้นที่น้ำท่วมขังและเขื่อนที่มีปริมาณน้ำสูงอย่างใกล้ชิด
เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำในอัตราประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กรมชลประทานจึงเตรียมพิจารณาปรับลดการระบายน้ำในระยะต่อไปตามสถานการณ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน
ส่วนแม่น้ำแม่กลอง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ได้ปรับลดการระบายน้ำจากเดิมมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือกว่า 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยยังต้องติดตามปริมาณน้ำและปรับแผนให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 82% ของความจุ โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ และห้วยด่าน อยู่ในระดับเต็มหรือใกล้เต็มความจุ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยต่อการระบายน้ำในบางพื้นที่
#อนุทินชาญวีรกูล #บกปภช #กรมชลประทาน #เขื่อนเจ้าพระยา #แม่น้ำแม่กลอง #บริหารจัดการน้ำ #น้ำท่วม #น้ำทะเลหนุน #TheNewsroom
