
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เตรียมลงนามสัญญากับ AOTGA วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เพื่อเพิ่มผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเหตุสัมภาระตกค้างและเที่ยวบินล่าช้า โดยมองว่าการเพิ่มผู้ให้บริการจะช่วยกระจายภาระจากผู้ให้บริการเดิม 2 ราย และเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับผู้โดยสารประมาณ 60 ล้านคนต่อปี
ปวีณาระบุว่า สัญญาฉบับใหม่กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ หรือ KPI พร้อมบทลงโทษและค่าปรับอย่างชัดเจน หากผู้ให้บริการไม่สามารถรักษามาตรฐานตามเกณฑ์ นอกจากถูกปรับแล้ว เงื่อนไขยังสามารถนำไปสู่การยกเลิกสัญญา เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบต่อคุณภาพบริการผู้โดยสาร
หลังลงนาม AOTGA จะเริ่มเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการภาคพื้นช่วงต้นปี 2570 ส่วนบริการคลังสินค้าต้องก่อสร้างคลังแห่งใหม่ ใช้เวลาประมาณ 18 เดือนก่อนเปิดให้บริการ
ทอท.ยังถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เตรียมแผนสำรองทั้งกำลังคนและระบบประสานงาน เพื่อให้สามารถเข้าเสริมสายการบินหรือผู้ประกอบการได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงจากงานล้น บุคลากรไม่เพียงพอ และเที่ยวบินล่าช้า
#ปวีณาจริยฐิติพงศ์ #ทอท #AOT #AOTGA #สนามบินสุวรรณภูมิ #GroundHandling #กระเป๋าตกค้าง #การบินไทย #TheNewsroom
