
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับนาย Wouter van Wersch รองประธานบริหารฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของ Airbus พร้อมเชิญชวนบริษัทขยายการลงทุนและความร่วมมือในประเทศไทย จากอุตสาหกรรมการบินไปสู่ เทคโนโลยีอวกาศ พลังงานสะอาด และการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการผลักดัน Sustainable Aviation Fuel (SAF) โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้ต่อยอดวัตถุดิบและผลผลิตทางการเกษตรของไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตเชื้อเพลิงการบิน สร้างตลาดใหม่และเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตร ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมการบิน โดย Airbus เองกำหนด SAF เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการลดคาร์บอนในภาคการบิน และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน SAF ในการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
อีกก้าวที่ถูกจับตาคือแผน Center of Excellence เพื่อเชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับโลกเข้ากับบุคลากรไทย เพิ่มโอกาสสร้างงานด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมต่อยอดประเทศไทยให้มีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
ความร่วมมือดังกล่าวมีฐานเดิมรองรับอยู่แล้ว โดย Airbus ทำงานในประเทศไทยมากกว่า 40 ปี ครอบคลุมเครื่องบินพาณิชย์ เฮลิคอปเตอร์ กลาโหม และอวกาศ รวมถึงความร่วมมือด้านดาวเทียม THEOS-1 และ THEOS-2 กับ GISTDA ตลอดจนศูนย์บริการด้านปฏิบัติการการบินในประเทศไทย
นายกรัฐมนตรียังเสนอให้ขยายการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอวกาศและความมั่นคง พร้อมพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมการบินและ MRO เพื่อเดินหน้าเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
โจทย์ของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงดึงบริษัทระดับโลกเข้ามาขายสินค้าหรือบริการในไทย แต่ต้องการให้การลงทุนสร้าง งาน–ทักษะ–เทคโนโลยี–มูลค่าเพิ่มในประเทศ และเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจและบุคลากรไทยเข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศระดับโลกมากขึ้น
#อนุทิน #Airbus #SAF #SustainableAviationFuel #CenterOfExcellence #อุตสาหกรรมการบิน #อุตสาหกรรมอวกาศ #เทคโนโลยี #ลงทุนไทย #TheNewsroom
