
รัฐบาลเดินหน้าทบทวนโครงสร้างราชการส่วนภูมิภาค โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุทิศทางให้อัตรากำลังภาครัฐ ไม่เพิ่ม และทยอยลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมจัดระบบหน่วยงานในจังหวัดให้ทำงานเชื่อมโยงภายใต้ผู้ว่าราชการจังหวัดมากขึ้น เพื่อลดภารกิจและการสั่งการที่ซ้ำซ้อน
ด้านสำนักงาน ก.พ.ร. เตรียมขับเคลื่อนแนวคิด “1 จังหวัด 1 สำนักงาน” โดยพิจารณารวมภารกิจที่ทับซ้อนกัน พร้อมพัฒนาบุคลากรแบบ Multi-skilling ให้เจ้าหน้าที่สามารถรับผิดชอบงานได้หลายด้าน แทนการมีหน่วยงานจากหลายกรมลงไปตั้งสำนักงานแยกกันในพื้นที่เดียวกัน
ก.พ.ร. ระบุว่า จากการประเมินพบความซ้ำซ้อนของภารกิจในระดับภูมิภาคในสัดส่วนสูง โดยยกกรณีจังหวัดขนาดใหญ่ที่การประชุมหนึ่งครั้งอาจมีหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมจำนวนมาก ทำให้การบูรณาการและสั่งการในระดับจังหวัดมีความซับซ้อน จึงต้องทบทวนทั้งโครงสร้างและความจำเป็นของหน่วยงานตามบริบทของแต่ละพื้นที่
ส่วนการลดกำลังคน ไม่ใช่การปลดข้าราชการออกทันที แต่จะใช้มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement ควบคู่กับการยุบหรือตัดตำแหน่งที่ซ้ำซ้อนเมื่อเจ้าหน้าที่เกษียณ และไม่บรรจุคนใหม่ทดแทนโดยอัตโนมัติ ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันมาตรการ Early Retirement ให้เริ่มในปีงบประมาณ 2570
อีกแกนสำคัญคือ Digital + AI โดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงานธุรการและใช้ข้อมูลปริมาณธุรกรรมจริงในการคำนวณความต้องการกำลังคน หากงานบางจุดมีปริมาณน้อย อาจเปลี่ยนเป็นระบบดิจิทัล ใช้ AI สนับสนุน หรือให้เจ้าหน้าที่ใกล้เคียงรับผิดชอบแทน เพื่อลดค่าใช้จ่ายประจำและเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ
โจทย์ของการปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงอยู่ที่การเปลี่ยนจาก “หลายหน่วยงานทำงานแยกกัน” ไปสู่ “ภารกิจเดียว–ระบบเดียว–คนทำงานยืดหยุ่นขึ้น” โดย ก.พ.ร. กำหนดให้ส่วนราชการจัดทำแผนปรับโครงสร้างกลับมาภายใน 6 เดือน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณารายหน่วยงานต่อไป
#ปกรณ์ #กพร #ปฏิรูประบบราชการ #1จังหวัด1สำนักงาน #AI #รัฐบาลดิจิทัล #EarlyRetirement #ข้าราชการ #TheNewsroom
