
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรถึงสถานการณ์น้ำท่วมพระนครศรีอยุธยา หลังอัตราระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าสาเหตุหลักมาจากฝนสะสมหนักช่วง 18–21 กันยายนในพื้นที่ใต้เขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ ทำให้น้ำจากหลายจังหวัดไหลมารวมที่นครสวรรค์ ก่อนเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเขื่อนทดน้ำและไม่สามารถกักเก็บน้ำจำนวนมากแบบเขื่อนภูมิพลหรือสิริกิติ์ได้
มาตรการเร่งด่วน รัฐบาลใช้ “การบริหารน้ำแบบก้างปลา” กระจายน้ำเหนือเขื่อนออกทั้งสองฝั่ง โดยฝั่งตะวันตกเชื่อมแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำน้อย ส่วนฝั่งตะวันออกใช้คลองชัยนาท–ป่าสักและคลองมหาราช พร้อมเพิ่มการผันน้ำเพื่อลดปริมาณที่ต้องระบายตรงลงท้ายเขื่อน
อีกส่วนคือการทยอยนำน้ำเข้าทุ่งรับน้ำหลังเกษตรกรเก็บเกี่ยว เพื่อช่วยตัดยอดน้ำที่จะลงพื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบางบาล ผักไห่ และเสนา ขณะที่ข้อมูลน้ำจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านเริ่มมีแนวโน้มทรงตัว แต่รัฐบาลยังต้องประเมินฝนและน้ำเหนือแบบวันต่อวัน
ส่วนแผนระยะยาว รัฐบาลเตรียมเร่งโครงการคลองระบายน้ำ บางบาล–บางไทร และผลักดันโครงสร้างระบายน้ำขนาดใหญ่ฝั่งตะวันออก ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพคลองชัยนาท–ป่าสัก และการสร้างทางระบายน้ำสายใหม่ “ป่าสัก–อ่าวไทย” โดยเตรียมเดินหน้าในกรอบงบประมาณปี 2570 พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพคลองรพีพัฒน์เพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกง
โจทย์สำคัญของรัฐบาลจึงมีทั้งการลดผลกระทบจากน้ำก้อนปัจจุบัน และการเพิ่ม “ทางออกของน้ำ” ในระยะยาว เพื่อรับมือข้อจำกัดของพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาที่มีพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติลดลงจากการขยายตัวของเมือง
#ภราดร #ภราดรปริศนานันทกุล #น้ำท่วมอยุธยา #เขื่อนเจ้าพระยา #บริหารน้ำแบบก้างปลา #ชัยนาทป่าสัก #ป่าสักอ่าวไทย #ลุ่มน้ำเจ้าพระยา #TheNewsroom
