
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเมินว่า การเพิ่มวงเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการขยาย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อีก 2 เดือน จะช่วยเพิ่มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยประมาณ 0.1–0.2% พร้อมมั่นใจว่า GDP ปี 2569 มีโอกาสขยายตัว 2.5% แม้ยังต้องติดตามความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
มาตรการไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติมยังคงสัดส่วนร่วมจ่าย 60:40 และใช้วงเงินที่เหลือจากกรอบเดิม โดยกระทรวงการคลังยืนยันก่อนหน้านี้ว่าไม่จำเป็นต้องโยกเงินจากส่วนที่เตรียมไว้สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมาใช้กับมาตรการดังกล่าว
ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการคลังระบุว่า ผู้ได้รับสิทธิเดิมสามารถกดยืนยันเพื่อใช้สิทธิต่อได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ลดขั้นตอนในการเข้าถึงมาตรการของประชาชน
นายเอกนิติยังมองว่า มาตรการช่วยลดค่าครองชีพสามารถประคองกำลังซื้อในช่วงปลายปี ขณะที่การดูแลราคาสินค้าต้องดำเนินควบคู่กันเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค
ส่วนมาตรการเศรษฐกิจระยะต่อไป กระทรวงการคลังจะประเมินสถานการณ์ก่อนออกมาตรการเพิ่มเติม โดยโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ท่ามกลางความเสี่ยงจากราคาพลังงานโลก
สำหรับ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” นายเอกนิติระบุว่ามีแหล่งเงินรองรับ แต่แนวทางล่าสุดคือเตรียมดำเนินโครงการในปีหน้า ซึ่งแตกต่างจากกรอบก่อนหน้านี้ที่เคยวางแผนเริ่มใช้สิทธิปลายปี 2569 จึงต้องติดตามกำหนดการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
#เอกนิติ #กระทรวงการคลัง #ไทยช่วยไทยพลัส #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #GDP #เศรษฐกิจไทย #ค่าครองชีพ #ไทยเที่ยวไทยพลัส #รัฐบาล #TheNewsroom
