
รัฐบาลเดินหน้าวางระบบประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชน หลังมอบหมายกระทรวงมหาดไทยเสนอจัดสรรงบประมาณรวม 15,500 ล้านบาท เพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและกรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570
วงเงินแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม 15,000 ล้านบาท และประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่ม 500 ล้านบาท ตั้งเป้าครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังทั่วประเทศ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง
แนวทางสำคัญคือการนำระบบ “Risk Transfer” หรือการถ่ายโอนความเสี่ยงผ่านประกันภัยมาใช้ ลดการพึ่งพาการเยียวยาเป็นรายเหตุเพียงอย่างเดียว เพื่อให้เมื่อเกิดภัยประชาชนสามารถเข้าถึงเงินชดเชยได้รวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น
สำนักงาน คปภ. จะร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยคัดเลือกผู้รับประกันที่มีความมั่นคงและมีศักยภาพเพียงพอ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยและ ปภ. จะวางระบบป้องกันการจ่ายเงินซ้ำซ้อนกับมาตรการช่วยเหลืออื่นของภาครัฐ
ส่วนผู้ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 ซึ่งเกิดเหตุก่อนกรมธรรม์ใหม่เริ่มคุ้มครอง ยังคงใช้มาตรการเดิม ได้แก่ เงินช่วยเหลือที่อยู่อาศัยประจำครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มหรืออุทกภัยโดยตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
รัฐบาลยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกลุ่มที่อาจตกหล่นจากฐานข้อมูล ทั้งผู้เช่าอาศัย ประชาชนพื้นที่ห่างไกล และผู้ไม่มีทะเบียนราษฎร พร้อมกำหนดให้ประเมินความคุ้มค่าหลังครบระยะเวลาคุ้มครอง เพื่อพัฒนาระบบประกันภัยพิบัติให้สามารถช่วยประชาชนได้อย่างยั่งยืนโดยไม่สร้างภาระการคลังระยะยาว
#รัฐบาล #ประกันภัยพิบัติ #น้ำท่วม #วาตภัย #แผ่นดินไหว #กระทรวงมหาดไทย #ปภ #คปภ #RiskTransfer #ช่วยเหลือประชาชน #TheNewsroom
