
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง วางกรอบวงเงินรวมไม่เกิน 42,690.65 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อ และช่วยผู้ประกอบการรายย่อยรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงาน
มาตรการแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยกลุ่มผู้ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม จะได้รับวงเงินซื้อสินค้าเพิ่มอีก 700 บาท จากสิทธิปกติ 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อคนในเดือนตุลาคม
ส่วน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” รอบเพิ่มเติม เปิดใช้สิทธิระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 ภาครัฐร่วมจ่าย 60% สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และรวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ
กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัสเดิม และผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ตามหลักเกณฑ์ โดยประชาชนต้องกดยืนยันสิทธิผ่านแอป “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 1–15 ตุลาคม
การใช้จ่ายกับร้านค้าที่ร่วมโครงการเปิดเวลา 06.00–23.00 น. ขณะที่การสั่งอาหารผ่าน Food Delivery ใช้สิทธิได้เวลา 06.00–21.00 น. ส่วนร้านค้าสามารถยืนยันเข้าร่วมผ่านแอป “ถุงเงิน” ได้ตลอดช่วงโครงการ
การต่อมาตรการครั้งนี้เป็นอีกกลไกของรัฐบาลในการประคองกำลังซื้อควบคู่กับการส่งรายได้ถึงร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงที่ประชาชนยังเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและราคาพลังงาน
#ไทยช่วยไทยพลัส #ไทยช่วยไทย60ต่อ40 #ครม #รัฐบาล #ค่าครองชีพ #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #เป๋าตัง #ถุงเงิน #เศรษฐกิจฐานราก #TheNewsroom
