
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งคำถามถึงกรณีพรรคประชาชนในฐานะแกนนำฝ่ายค้านปรับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน โดยระบุว่า พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลตามหลักการย่อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และตั้งคำถามว่าการตัดพรรคอื่นออกจากความเป็นฝ่ายค้านนั้น “ใช้สิทธิ์อะไร”
นายภราดรระบุว่า การลงมติของ สส.เป็นเอกสิทธิ์ พรรคกล้าธรรมมีทั้งลงมติสวนรัฐบาล งดออกเสียง และบางครั้งลงมติไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล ส่วนกระแสข่าวการเข้าร่วมรัฐบาลนั้นยังไม่ทราบ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีเสียงประมาณ 300 เสียงและยังสามารถบริหารประเทศได้
อีกประเด็นคือปัญหา กยศ. ซึ่งนายภราดรระบุว่า หลังฝ่ายรัฐบาลประสานกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ปัญหากรณีนักศึกษาถูกกังวลเรื่องสิทธิสอบจากความล่าช้าของเงินกู้ควรคลี่คลาย ขณะที่งบสนับสนุน กยศ. ปี 2570 เพิ่มจาก 5,000 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 9,000 ล้านบาท
สำหรับโจทย์ใหญ่ของกองทุน ปัจจุบันมีผู้ที่ต้องชำระหนี้ประมาณ 3.6 ล้านคน แต่ชำระตามปกติราว 1 ล้านคน ขณะที่อีกประมาณ 2.6 ล้านคนผิดนัด นายภราดรเสนอให้แยกผู้ที่ไม่มีงานหรือไม่มีความสามารถชำระออกจากผู้ที่มีรายได้แต่ไม่ชำระ และเร่งติดตามเงินจากกลุ่มที่มีกำลังจ่าย เพื่อนำกลับมาหมุนเวียนเป็นทุนการศึกษาสำหรับผู้กู้รุ่นต่อไป
พร้อมกันนี้ หากพบกรณีสวมสิทธิ์หรือความผิดปกติในการกู้ กยศ. ต้องตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนรับรองและอนุมัติของสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เงินกองทุนถึงนักเรียนและนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์จริง
#ภราดร #ภราดรปริศนานันทกุล #กล้าธรรม #พรรคประชาชน #ฝ่ายค้าน #รัฐบาล #กยศ #นักศึกษา #การเมืองไทย #TheNewsroom
