
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดแนวทางรับมือราคาน้ำมัน โดยระบุว่ารัฐบาลมี 3 เครื่องมือหลัก ได้แก่ กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความร่วมมือโรงกลั่นนำส่วนต่างจากค่าการกลั่นมาช่วยลดราคาขายปลีก และการลดภาษีสรรพสามิตหากสถานการณ์จำเป็น
อย่างไรก็ตาม การลดภาษียังไม่ใช่ทางเลือกแรก เพราะทุกบาทของภาษีที่ลดลงหมายถึงรายได้รัฐที่หายไป ขณะที่รายจ่ายยังคงอยู่ จึงต้องประเมินผลกระทบต่อฐานะการคลังควบคู่กับการดูแลค่าครองชีพประชาชน
หากจำเป็นต้องใช้มาตรการภาษี กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาการช่วยเหลือแบบเจาะจง โดยให้น้ำหนักกับ E20 และ B20 เพื่อให้มาตรการพลังงานส่งประโยชน์ต่อเนื่องถึงภาคเกษตร เนื่องจาก E20 เชื่อมโยงกับเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง ส่วน B20 เชื่อมโยงกับปาล์มน้ำมัน
นายเอกนิติย้ำว่า โจทย์สำคัญคือการลดภาระประชาชนโดยไม่สร้างปัญหาการคลังตามมา โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ทางการคลังมีข้อจำกัด หากลดรายได้รัฐโดยไม่ประเมินภาระให้รอบคอบ อาจทำให้วิกฤตพลังงานลุกลามเป็น “วิกฤตซ้อนวิกฤต”
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการที่ Fitch Ratings เพิ่งปรับ Outlook ประเทศไทยจาก Negative เป็น Stable และคงอันดับเครดิต BBB+ โดยให้ความสำคัญกับแนวโน้มหนี้ภาครัฐและการรักษากรอบวินัยการคลังในระยะกลาง
#เอกนิติ #กระทรวงการคลัง #ราคาน้ำมัน #E20 #B20 #ลดภาษีน้ำมัน #กองทุนน้ำมัน #เกษตรกรไทย #วินัยการคลัง #TheNewsroom
