
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความวิเคราะห์คดีการเลือก สว. โดยเสนอว่า การพิจารณาความรับผิดของแต่ละบุคคลต้องอาศัยพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงได้ชัด ไม่ควรนำเหตุการณ์หลายส่วนมารวมกันแล้วสรุปความรับผิดทางการเมืองโดยอัตโนมัติ
ข้อเท็จจริงล่าสุด กกต.มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา 77 ราย จากผู้ถูกร้อง 427 ราย แบ่งเป็น สว.ปัจจุบัน 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก 36 ราย และบุคคลอื่น 15 ราย ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเนวิน ชิดชอบ และบุคคลจากพรรคภูมิใจไทยที่ถูกร้องบางส่วนไม่ได้ถูกส่งดำเนินคดี โดยมติของ กกต.แตกต่างกันเป็นรายบุคคลและรายข้อกล่าวหา
นายแก้วสรรให้ความเห็นว่า จุดแตกต่างระหว่างเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อยอยู่ที่การชั่งน้ำหนักหลักฐาน ทั้งคำให้การ การติดต่อทางโทรศัพท์ การประชุม และเส้นทางการเงิน โดยเสียงข้างน้อยเห็นภาพเชื่อมโยงในลักษณะขบวนการ ขณะที่เสียงข้างมากเห็นว่าหลักฐานบางส่วนยังไม่เพียงพอจะเชื่อมถึงบุคคลที่ถูกกล่าวหา
สำหรับนายอนุทินและนายเนวิน มีมติไม่ส่งศาลด้วยเสียง 5 ต่อ 2 ส่วนผู้บริหารและบุคคลจากภูมิใจไทยบางราย กกต.มีมติไม่ดำเนินคดีเป็นเอกฉันท์
นายแก้วสรรยังเสนอว่า การตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือก สว.ควรใช้มาตรฐานทางพยานหลักฐานเดียวกันกับทุกกลุ่ม ไม่ว่าถูกเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองใด และควรปล่อยให้กระบวนการตามกฎหมายพิจารณาข้อเท็จจริงโดยไม่ตัดสินล่วงหน้าจากกระแสทางการเมือง
#แก้วสรรอติโพธิ #กกต #คดีฮั้วสว #อนุทินชาญวีรกูล #พรรคภูมิใจไทย #สมาชิกวุฒิสภา #การเมืองไทย #TheNewsroom
