
รัฐบาลเดินหน้าสกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายข้ามชาติ ยกระดับจากการตรวจสินค้าเป็นรายตู้ สู่การตรวจสอบทั้งเครือข่าย ตั้งแต่ผู้ส่งออกต่างประเทศ ใบขนสินค้า ผู้นำเข้า ปลายทางรับของเสีย ไปจนถึงเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำตรวจตู้ต้องสงสัยที่ท่าเรือแหลมฉบังเมื่อ 14 กันยายน โดยบูรณาการ 18 หน่วยงานและองค์กร พบว่า จากเป้าหมาย 10 ตู้ ตรวจได้ 9 ตู้
ผลตรวจพบ 3 ตู้จากโปแลนด์ อังกฤษ และนิวซีแลนด์ สำแดงถูกต้องและไม่พบการปนเปื้อน ขณะที่ 6 ตู้จากสหรัฐฯ ซึ่งสำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปน จึงเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมายและขยายผล
ขณะเดียวกัน DSI อยู่ระหว่างตรวจสอบบัญชีเบื้องต้นประมาณ 825 ตู้ที่คาดว่าเคยนำเข้าไทย โดยที่ผ่านมาได้ตรวจพิสูจน์และพบความผิดแล้ว 151 ตู้ ข้อมูลเบื้องต้นเชื่อมโยงผู้ส่งออกจากสหรัฐฯ 7 บริษัท และผู้นำเข้าไทย 16 บริษัท แต่รัฐบาลย้ำว่าตัวเลขและรายชื่อดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขตการสืบสวน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าทั้งหมดกระทำผิด
ส่วน 50 ตู้ที่ DSI ขอให้อายัดเพิ่มเติม พบว่า 19 ตู้เคยตรวจพบความผิดและดำเนินการแล้ว ขณะที่ 14 ตู้ไม่พบข้อมูลนำเข้าประเทศ ส่วนที่เหลือต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี โดยย้ำหลัก “อายัดเพื่อตรวจสอบ ไม่ได้แปลว่าผิด”
ช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรจับคดีสิ่งแวดล้อมแล้ว 187 คดี ของกลางรวม 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่ากว่า 234.4 ล้านบาท รัฐบาลยืนยันเดินหน้าปิดเส้นทางขยะอันตรายข้ามชาติ ควบคู่การคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบการด้วยกระบวนการตรวจสอบตามหลักฐาน
#รัฐบาล #ลลิดาเพริศวิวัฒนา #สุชาติชมกลิ่น #DSI #กรมศุลกากร #ขยะอิเล็กทรอนิกส์ #ขยะข้ามชาติ #ของเสียอันตราย #สิ่งแวดล้อม #TheNewsroom
