
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ควรอยู่ที่ระดับ 1% หรือต่ำกว่า โดยให้เหตุผลว่าสหรัฐฯ มีความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจสูง และการลดดอกเบี้ยจะช่วยสนับสนุนการเติบโตจากการลงทุนใหม่ ๆ
ก่อนหน้านี้ เฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75%–4.00% โดยให้เหตุผลหลักจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังไม่แสดงสัญญาณชัดเจนว่าแรงกดดันด้านราคาจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า การดำเนินนโยบายการเงินครั้งนี้เป็นไปตามภารกิจหลักของเฟดในการดูแลเสถียรภาพด้านราคาและตลาดแรงงาน โดยพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองหรือภาคตลาดการเงิน
เฟดยังประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 4.1% ทำให้เฟดยังคงมีพื้นที่ในการใช้นโยบายเข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ประเด็นความเห็นต่างระหว่างทำเนียบขาวและธนาคารกลางสหรัฐฯ เกิดขึ้นจากมุมมองที่แตกต่างกัน โดยฝ่ายประธานาธิบดีให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนทางการเงินเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ขณะที่เฟดให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
#DonaldTrump #FederalReserve #Fed #เศรษฐกิจสหรัฐ #นโยบายการเงิน #เงินเฟ้อ #ดอกเบี้ยสหรัฐ #เศรษฐกิจโลก #TheNewsroom
