“รศ.ดร.ธนพร” ชี้คดีฮั้ว สว. ต้องยึดหลักฐาน เตือนโจมตีเหมารวมอาจกระทบทางแก้รัฐธรรมนูญ

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงท่าทีของพรรคประชาชนต่อมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า การดำเนินคดีต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานตามกระบวนการ ไม่ควรนำความขัดแย้งทางการเมืองมาเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า กกต.มีมติดำเนินการกับผู้ถูกร้อง 77 ราย ซึ่งมี สว.ปัจจุบัน 26 ราย ขณะเดียวกันมีบางกลุ่มที่ไม่ได้ถูกส่งดำเนินการต่อ โดยเห็นว่าการพิจารณาต้องดูรายละเอียดของหลักฐานและเหตุผลของ กกต. ไม่สามารถสรุปได้จากผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว

พร้อมระบุว่า การตั้งข้อสังเกตต่อ กกต. เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ทุกฝ่ายควรอธิบายบนพื้นฐานของข้อมูลและข้อเท็จจริง รวมถึงต้องยอมรับว่าการมีชื่อเป็นผู้ถูกร้องไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

สำหรับข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบกลุ่ม สว. หรือบุคคลจากทุกฝ่าย รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า กกต.ควรใช้หลักเกณฑ์เดียวกันในการพิจารณาทุกกรณี ทั้งเรื่องพฤติการณ์ หลักฐาน และองค์ประกอบตามกฎหมาย หากหลักฐานไม่เพียงพอก็ไม่ควรดำเนินการ แต่หากมีหลักฐานครบก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

รศ.ดร.ธนพร ยังกล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การวิพากษ์วิจารณ์ สว.แบบเหมารวมอาจทำให้การสร้างความร่วมมือในอนาคตทำได้ยากขึ้น เนื่องจากกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญยังต้องอาศัยกลไกและเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่าย

ส่วนผลกระทบต่อรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล รศ.ดร.ธนพร มองว่า มติ กกต.ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รัฐบาลต้องพ้นจากตำแหน่งหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ โดยการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองยังขึ้นอยู่กับกระบวนการในสภาและท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาล

ทั้งนี้ รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า ประเด็นคดีเลือก สว. ควรแยกออกจากการแข่งขันทางการเมือง และทุกฝ่ายควรยึดหลักเดียวกัน คือการตรวจสอบด้วยข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการตามกฎหมาย

#ธนพรศรียางกูล #คดีฮั้วสว #กกต #สมาชิกวุฒิสภา #การเมืองไทย #แก้รัฐธรรมนูญ #อนุทินชาญวีรกูล #TheNewsroom