
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมกำหนดแนวทางบูรณาการข้อมูลเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดของคนต่างด้าว อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ การใช้คนไทยเป็นตัวแทนเชิด หรือ “นอมินี” และการลักลอบประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
การประชุมมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานร่วม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการทำงานที่ล่าช้าจากขั้นตอนประสานงานระหว่างหน่วยงาน
นายพลพีร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบอุปสรรคสำคัญคือกระบวนการส่งต่อหนังสือและเอกสารราชการที่ต้องผ่านหลายขั้นตอน ทำให้การตรวจสอบและดำเนินคดีอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงมีมติเห็นชอบจัดตั้งช่องทางประสานงานเร่งด่วนระดับผู้บริหารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญและสั่งการภารกิจเร่งด่วนได้รวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ เตรียมขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานเพิ่มเติม ได้แก่ กระทรวงแรงงาน สำนักงาน ป.ป.ท. และกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะกรมสรรพากร เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านแรงงาน ความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่รัฐ ฐานภาษี และพฤติกรรมทางการเงินของนิติบุคคลกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับผลการตรวจสอบฐานข้อมูลร่วมระหว่างหน่วยงาน พบกลุ่มบริษัทที่มีลักษณะต่างชาติเข้าถือหุ้นเกินกว่ากฎหมายกำหนดและอาจเข้าข่ายถือครองที่ดินผิดกฎหมายประมาณ 2,200 บริษัท ขณะที่พบบริษัทที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยสูงเพิ่มเติมประมาณ 1,100 บริษัท
จากการประเมินเบื้องต้น มูลค่าทรัพย์สินและที่ดินที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มขึ้นจากประมาณ 65,000 ล้านบาท เป็นประมาณ 85,000 ล้านบาท พร้อมมีกลุ่มนิติบุคคลในข่ายเฝ้าระวังเพิ่มเติมกว่า 10,000 บริษัท โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งเป้าเร่งตรวจสอบและจำแนกความถูกต้องทางกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569
นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับทรัพย์สินหรือที่ดินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรมที่ดินจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะที่การดำเนินการกับบุคคลต่างด้าวจะพิจารณาตามพฤติการณ์และข้อเท็จจริง โดยใช้มาตรการตามกฎหมาย เช่น การเพิกถอนวีซ่า หรือส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรในกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์
#พลพีร์สุวรรณฉวี #กระทรวงมหาดไทย #อนุทินชาญวีรกูล #ปราบนอมินี #ทุนเทา #อาชญากรรมข้ามชาติ #กรมการปกครอง #กรมที่ดิน #จัดระเบียบสังคม #TheNewsroom
