“เอกนิติ” สั่งเชื่อมข้อมูลการเงิน 6 หน่วยงาน ขีดเส้น 30 วัน สกัดทุนเทา–มิจฉาชีพ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้าบูรณาการข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามทุนเทา มิจฉาชีพ และภัยทางการเงิน หลังประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2/2569

ที่ประชุมวางแนวทางเชื่อมโยงข้อมูลจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ปปง. ก.ล.ต. กระทรวงดีอี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกำหนด 3 แนวทางสำคัญ ทั้งการยกระดับมาตรฐาน KYC และ EDD ให้สอดคล้องมาตรฐานสากล การจัดทำศูนย์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน และการบูรณาการระบบข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ระบบข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตนจะเปิดทางให้นักวิเคราะห์และ Data Scientist นำข้อมูลมาวิเคราะห์รูปแบบธุรกรรมและพฤติกรรมของมิจฉาชีพ รวมถึงคาดการณ์ธุรกรรมที่มีความเสี่ยง โดยไม่จำกัดการตรวจสอบเฉพาะธุรกรรมที่มีวงเงินสูง เนื่องจากมิจฉาชีพอาจปรับวิธีการทำธุรกรรมให้ต่ำกว่าเกณฑ์การรายงาน

อีกมาตรการสำคัญคือการพัฒนาระบบบริหารการแจ้งเหตุระดับชาติ โดยกระทรวงดีอีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเชื่อมระบบกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ประชาชนแจ้งเหตุเพียงครั้งเดียว แล้วข้อมูลสามารถส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมพัฒนากลไกระงับเส้นทางการเงินให้รวดเร็วขึ้น เพื่อลดความเสียหาย

นายเอกนิติ มอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบูรณาการทั้ง 4 ระบบ และกำหนดกรอบเวลา 30 วัน เพื่อออกแบบมาตรฐานข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวทางวิเคราะห์เส้นทางการเงินร่วมกัน ก่อนนำไปพัฒนาสู่ระบบใช้งานจริง

กระทรวงการคลังระบุว่า เป้าหมายคือป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง พร้อมช่วยเหลือประชาชนหลังเกิดเหตุ โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการตรวจจับ ระงับธุรกรรม และติดตามเส้นทางเงิน ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #กระทรวงการคลัง #ไชยชนกชิดชอบ #ปปง #กกลต #ธปท #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ทุนเทา #อาชญากรรมทางการเงิน #ภัยไซเบอร์ #TheNewsroom