
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพฯ หลัง กทม.เร่งสำรวจและวางมาตรการกำกับดูแล เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
เบื้องต้น กทม.พบ Data Center ในอาคารทั่วไป 43 แห่ง และแบบ Stand Alone 6 แห่ง รวม 49 แห่ง โดยกลุ่ม Stand Alone เปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง และอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่ง กทม.ชะลอการพิจารณาใบอนุญาตไว้ก่อน
กทม.จัดทำ Check-list ตรวจสอบ 5 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานอาคาร การใช้ทรัพยากรและพลังงาน ผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ระบบป้องกันอัคคีภัย และการเตรียมพร้อมซ้อมอพยพหนีไฟ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กฟน. กปน. กรมธุรกิจพลังงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สผ.
การตรวจสอบครอบคลุมคุณภาพน้ำทิ้งเดือนละ 1 ครั้ง การวัด PM2.5 และ PM10 แบบ Real-time การตรวจเชื้อ Legionella จาก Cooling Tower ปีละ 2 ครั้ง รวมถึงการตรวจอุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่โดยรอบรัศมี 500 เมตร โดยกำหนดให้ผลต่างอุณหภูมิในรอบ 24 ชั่วโมงไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส
นายชัชชาติ กล่าวว่า Data Center ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก ไม่ใช่โครงการ Hyper-scale ที่ใช้ไฟฟ้าระดับ 200–300 เมกะวัตต์ โดยการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในกรุงเทพฯ อยู่ที่ไม่ถึง 3% ของการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของกรุงเทพฯ และการใช้น้ำประปายังน้อยกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
สำหรับโครงการใหม่ กทม.จะชะลอการพิจารณาใบอนุญาตไว้ก่อน เพื่อรอเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจากคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์
ขณะเดียวกัน กทม.เปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่าน Traffy Fondue ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่าจะติดตามและแก้ไขปัญหาภายใต้กรอบอำนาจตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
#ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #กรุงเทพมหานคร #DataCenter #ดาต้าเซ็นเตอร์ #ความปลอดภัย #สิ่งแวดล้อม #DigitalThailand #TraffyFondue #TheNewsroom
