
รัฐบาลเดินหน้าสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SME หลังพบปัญหาธุรกิจรายใหญ่ประวิงการชำระค่าสินค้าและบริการ ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องแบกรับภาระเงินทุนหมุนเวียน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันการปรับปรุงกติกา Credit Term โดยคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เห็นชอบร่างประกาศกำหนดกรอบการชำระเงินแก่ SME ได้แก่ สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้น ไม่เกิน 30 วัน ส่วนภาคการค้า การผลิต และบริการทั่วไป ไม่เกิน 45 วัน เว้นแต่มีเหตุผลทางธุรกิจที่สมควรและสามารถชี้แจงได้
มาตรการใหม่ยังเพิ่มความชัดเจนในการป้องกันการเอาเปรียบ โดยผู้ซื้อรายใหญ่ต้องแจ้งขั้นตอนการจ่ายเงินให้ชัดเจน ห้ามประวิงการชำระโดยไม่มีเหตุผล และห้ามเปลี่ยน Credit Term หรือเงื่อนไขสัญญาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน
หากข้อเท็จจริงหรือหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกร้องเรียนอยู่ในความรู้เห็นของผู้ซื้อรายใหญ่ ผู้ซื้อจะต้องนำข้อมูลและหลักฐานมาแสดงต่อ กขค. เพื่อลดภาระการพิสูจน์ของ SME ซึ่งมีอำนาจต่อรองและข้อมูลน้อยกว่า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนและเข้าข่ายการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม อาจถูกปรับทางปกครองสูงสุดไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด
รัฐบาลย้ำว่า กรอบ Credit Term 30 และ 45 วันมีอยู่ในหลักเกณฑ์เดิมแล้ว การปรับครั้งนี้จึงเน้น อุดช่องว่างการบังคับใช้และกำหนดหน้าที่ของผู้ซื้อรายใหญ่ให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้ SME ได้รับเงินตรงเวลาและมีเงินทุนหมุนเวียนกลับเข้าสู่ธุรกิจเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ร่างประกาศยังอยู่ระหว่างดำเนินการและ ยังไม่มีผลใช้บังคับ โดยกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 30 วันนับจากวันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #CreditTerm #SME #กขค #การค้าเป็นธรรม #TheNewsroom
