“ศุภจี” งัดกฎหมายการแข่งขัน จัดการ “Credit Terms” ค้าปลีก–ค้าส่ง ลดภาระ SME–เกษตรกร หลังแบกต้นทุนเงินจมมานาน

ประเด็นที่กำลังถูกจับตาในวงการค้าปลีก–ค้าส่ง คือการเดินหน้าแก้ปัญหา “Credit Terms” หรือเงื่อนไขการชำระเงิน ที่ธุรกิจขนาดใหญ่มักกำหนดกับผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งเป็นปัญหาที่ SME และผู้ผลิตจำนวนมากต้องเผชิญมานานหลายสิบปี

ระบบดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องส่งสินค้าให้เชนค้าปลีกหรือค้าส่งนำไปจำหน่ายก่อน แต่กว่าจะได้รับเงินอาจต้องรอ 60–90 วัน หรือบางกรณีเมื่อรวมระยะเวลาวางบิลและรอบจ่ายเงิน อาจทำให้เงินทุนจมอยู่ในระบบนานกว่า 100 วัน

สำหรับ SME ที่มีเงินทุนหมุนเวียนจำกัด ปัญหานี้ไม่ได้หมายถึงแค่ “รอเงิน” แต่หมายถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น หากสินค้าขายดีและต้องเร่งผลิตเพื่อส่งของล็อตใหม่ ก็อาจต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อประคองสภาพคล่อง

สิ่งที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้ คือ กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เตรียมใช้กลไกตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า เข้ามากำกับระยะเวลาการชำระเงิน โดยกำหนดกรอบสำหรับสินค้าบางประเภทให้ชัดเจนมากขึ้น

แนวทางที่เตรียมประกาศกำหนดให้ สินค้าเกษตรมี Credit Terms ไม่เกิน 30 วัน และสินค้าอุปโภคบริโภคไม่เกิน 45 วัน โดยอยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้

หากมาตรการเดินหน้าเต็มรูปแบบ จะช่วยลดระยะเวลาที่เงินทุนของผู้ประกอบการรายเล็กต้องจมอยู่กับระบบ เพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ และลดความจำเป็นในการกู้ยืมเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีเงินทุนน้อยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น

ผลที่น่าจับตาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ SME แต่ยังรวมถึง เกษตรกรและผู้ผลิตต้นน้ำ เพราะการชำระเงินที่รวดเร็วขึ้นย่อมส่งผลต่อสภาพคล่องตลอดห่วงโซ่การค้า และลดช่องทางการใช้เงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นภาระที่ตกกับผู้ประกอบการรายเล็ก

นี่จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการใช้ กฎหมายการแข่งขันทางการค้า เข้ามาจัดการความไม่สมดุลระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่กับผู้ประกอบการรายเล็ก เพื่อให้การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครมีเงินทุนมากกว่า แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถเติบโตได้อย่างเป็นธรรม

#ศุภจีสุธรรมพันธุ์#กระทรวงพาณิชย์#CreditTerms#การแข่งขันทางการค้า#SME#เกษตรกร#ผู้ประกอบการ#TheNewsroom