
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ครั้งที่ 1/2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกลับมาขับเคลื่อนนโยบายพาณิชยนาวีไทย หลังเว้นว่างการประชุมมาเป็นเวลานาน มุ่งปรับทิศทางให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของการค้าและการขนส่งโลก
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การขนส่งทางทะเลเป็นกลไกสำคัญของระบบการค้าโลก ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80 ของการค้าระหว่างประเทศ ไทยมีศักยภาพทั้งด้านทำเลที่ตั้ง ท่าเรือ อุตสาหกรรมต่อเรือ การท่องเที่ยวทางทะเล และบุคลากร จึงต้องเร่งเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ลดขั้นตอน ลดต้นทุน และสร้างกติกาที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) เชื่อมโยงการขนส่งทางเรือ ราง และถนน เพื่อลดภาระเอกสารและต้นทุนของภาคธุรกิจ
พร้อมเร่งพัฒนาระบบ Maritime Single Window (MSW) เชื่อมโยงข้อมูลการเข้า–ออกเรือและการค้าระหว่างภาครัฐและเอกชน ผ่านระบบดิจิทัล ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจทางทะเล
ด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ที่ประชุมเห็นชอบผลักดันภูเก็ตและพื้นที่ชายฝั่งอันดามันเป็นศูนย์กลางเรือสำราญและเรือยอช์ตของภูมิภาคอาเซียน พัฒนาท่าเรือ Marina รองรับเรือระดับสากล พร้อมส่งเสริมแรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานบนเรือสำราญระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวีฉบับใหม่ เพื่อปรับกติกาและมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับการแข่งขันในเศรษฐกิจโลก เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องเติบโต
นายพิพัฒน์ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมติจากที่ประชุมไปจัดทำแผนปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านกฎหมาย ระบบข้อมูลดิจิทัล การค้าระหว่างประเทศ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการและแรงงานไทย
#พิพัฒน์รัชกิจประการ #อนุทินชาญวีรกูล #รัฐบาลไทย #พาณิชยนาวี #กระทรวงคมนาคม #กรมเจ้าท่า #ภูเก็ต #เรือสำราญ #MaritimeSingleWindow #เศรษฐกิจทางทะเล #TheNewsroom
