
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” รวมถึงการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย โดยยืนยันว่ารัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอและข้อห่วงใยจากประชาชน พร้อมเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ของประเทศภายใต้กรอบกฎหมาย
นายเอกภพ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ และขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ผลการดำเนินงานล่าสุดพบว่า การจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ารายงานว่า เดือนสิงหาคม 2569 มีจำนวน 163 ราย ลดลง 81.77% จากเดือนสิงหาคม 2568 ที่มี 894 ราย
ขณะที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมในคดีเครือข่าย “ยิม เลียก–เบน สมิธ” จำนวน 34 รายการ มูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ส่งผลให้ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดในคดีดังกล่าวรวม 102 รายการ มูลค่าประมาณ 20,392 ล้านบาท
ด้านการตรวจสอบพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบกลุ่มนิติบุคคล 112 ราย มีข้อมูลสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด อยู่ระหว่างตรวจสอบตามขั้นตอน รวมถึงตรวจสอบการถือครองที่ดิน 124 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 86 ไร่
นอกจากนี้ รัฐบาลยังดำเนินปฏิบัติการ “บูรณาการห้วยขวาง” ร่วมกับหลายหน่วยงาน เข้าตรวจสอบโรงแรมและสถานประกอบการ พบประเด็นเกี่ยวกับใบอนุญาต การก่อสร้างอาคาร และข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้คนไทยเป็นนอมินี พร้อมขยายผลตรวจสอบผู้ถือหุ้น เส้นทางการเงิน และผู้เกี่ยวข้อง
นายเอกภพ ระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะไม่เปิดช่องให้ธุรกิจผิดกฎหมายใช้ช่องว่างทางกฎหมายสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและประชาชน พร้อมย้ำว่ากฎหมายไทยบังคับใช้อย่างเท่าเทียม ไม่มีสัญชาติใดได้รับสิทธิพิเศษ
#อนุทินชาญวีรกูล #เอกภพเพียรพิเศษ #รัฐบาลไทย #ปราบทุนเทา #นอมินี #กระทรวงมหาดไทย #ปปง #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #เศรษฐกิจไทย #TheNewsroom
