
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้าผลักดันการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนธุรกิจไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมรับคลื่นการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนดังกล่าว ซึ่งมีนายเอกนิติเป็นประธาน เห็นชอบสนับสนุนโครงการใหม่ 55 โครงการ แบ่งเป็นมาตรการ Business Transformation จำนวน 48 โครงการ และมาตรการ Skill Bridge จำนวน 7 โครงการ เพื่อขับเคลื่อนทั้งภาคธุรกิจและการพัฒนากำลังคนไปพร้อมกัน
สำหรับ Business Transformation มีเงินลงทุนรวม 3,540 ล้านบาท และวงเงินสนับสนุน 1,663 ล้านบาท ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมสีเขียว
เมื่อรวมโครงการก่อนหน้า ส่งผลให้มาตรการ Business Transformation มีโครงการได้รับการส่งเสริมแล้ว 66 โครงการ เงินลงทุนรวม 5,806 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการประมาณ 3,900 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มการจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการภายในประเทศกว่า 7,100 ล้านบาทต่อปี พร้อมเชื่อมโยงประโยชน์ไปยังผู้ผลิตและธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานไทย
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเดินหน้าสร้างกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านมาตรการ Skill Bridge โดยโครงการใหม่ 7 โครงการ วงเงินสนับสนุน 307 ล้านบาท ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากร 10,180 คน และเมื่อรวมโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้า มีแผนพัฒนาบุคลากรรวม 76,728 คน
นายเอกนิติระบุว่า การเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไม่ได้มุ่งเพียงดึงดูดเงินลงทุน แต่ต้องทำให้ธุรกิจไทยและคนไทยได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะ และการเชื่อมต่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
#เอกนิติ #เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #รัฐบาลไทย #กระทรวงการคลัง #BOI #AI #DigitalTransformation #เศรษฐกิจไทย #อุตสาหกรรมอนาคต #TheNewsroom
