
ลิษามองว่าแผนท่องเที่ยวช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 มีความน่าสนใจตรงที่ไม่ได้ตั้งเป้าเพียง “เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว” แต่กำลังเปลี่ยนจากการนับจำนวนคน มาเป็นการสร้างคุณค่าและรายได้จากการเดินทาง ภายใต้แนวคิด Value Over Volume
เป้าหมายของปีนี้คือรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 2.7 ล้านล้านบาท เติบโตไม่น้อยกว่า 7% แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ 1.6 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท พร้อมผลักดันนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ถึง 33 ล้านคน
ตัวเลขเหล่านี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อรายได้สามารถเดินทางไปถึงโรงแรม ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว คนขับรถ ชุมชน ศิลปิน ผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายเล็กในทุกภูมิภาคได้จริง
ตลอดเดือนกันยายนถึงธันวาคม ททท. จึงเตรียมเดินหน้าทั้งแคมเปญส่งเสริมการขาย การเปิดตลาดต่างประเทศ การสร้างเส้นทางบินใหม่ และการจัดกิจกรรมระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่แคมเปญ UNSEEN LUXPERIENCE, “โสดแล้วไง ไปด้วยกัน”, “เติมเมืองไทย ให้ใจได้ฮีล”, “100 เดียว เที่ยวทั่วไทย” ไปจนถึงกิจกรรมด้านอาหาร สุขภาพ ดนตรี กีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งออกแบบมาให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ทั้ง Solo Traveler, Wellness Traveler, Luxury Traveler และกลุ่มที่เดินทางเพื่อสัมผัส Night Economy
ช่วงปลายปียังเต็มไปด้วยกิจกรรมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี, VIJIT CHAO PHRAYA, ประเพณีลอยกระทง, Amazing Thailand Marathon Bangkok, Wonderfruit, Tomorrowland Thailand รวมถึงการแข่งขันกีฬาและกิจกรรมระดับนานาชาติอีกมากมาย
การเปิดเที่ยวบินตรงจากเมืองสำคัญทั่วโลก ทั้งริยาด วอร์ซอ ลอนดอน มินสก์ โคเปนเฮเกน และสตอกโฮล์ม จะช่วยทำให้ประเทศไทยเข้าถึงง่ายขึ้น และกระจายนักท่องเที่ยวไปยังกรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และพื้นที่อื่น ๆ ได้มากกว่าเดิม
อีกหัวใจที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Safety is Key เพราะไม่ว่าเราจะมีสถานที่สวย อาหารดี หรือกิจกรรมระดับโลกมากเพียงใด หากนักท่องเที่ยวยังไม่รู้สึกปลอดภัย ความประทับใจก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์
นักวิชาการอิสระ
อลิษา ปิยานนท์
#ททท #AmazingThailand #เที่ยวไทย #การท่องเที่ยวไทย #ValueOverVolume #HighSeasonThailand #TheYearOfTransformation #TheNewsroom
