
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่บริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 รอยต่อเขตคลองเตยและเขตยานนาวา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำ พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งควบคุมสถานการณ์และแก้ไขที่ต้นเหตุ
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน การควบคุมการปนเปื้อน และการตรวจวัดไอระเหยไวไฟอย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพมหานคร กระทรวงพลังงาน กรมควบคุมมลพิษ และผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน ได้ดำเนินการบล็อกท่อ วางบูมซับน้ำมัน และสูบน้ำปนเปื้อนออกจากระบบ สามารถเก็บน้ำมันตกค้างได้แล้วประมาณ 22,000 ลิตร ก่อนนำไปบำบัดและกำจัดตามมาตรฐาน โดยไม่มีการปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
สถานการณ์ล่าสุดพบว่าคราบน้ำมันในระบบระบายน้ำลดลงเหลือเพียงฟิล์มบาง ๆ และกลิ่นน้ำมันลดความรุนแรงลง ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจแนวท่อส่งน้ำมันและค้นหาจุดรั่ว เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยคาดว่าจะต้องปิดเส้นทางบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานประมาณ 2–3 วัน
ด้านความปลอดภัย มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจวัดค่าความเข้มข้นของไอระเหยไวไฟ (LEL) และเตรียมความพร้อมด้านการดับเพลิง โดยจากการประเมินล่าสุด ยังไม่มีความจำเป็นต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญขณะนี้คือควบคุมสถานการณ์ ดูแลความปลอดภัยประชาชน และเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกหน่วยงานจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมบริหารจัดการสถานการณ์ โดยให้ผู้อำนวยการเขตคลองเตยเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และให้บริษัทน้ำมันเอกชนเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ภายใต้การกำกับติดตามของภาครัฐ
#พิพัฒน์รัชกิจประการ #กระทรวงคมนาคม #น้ำมันรั่ว #ถนนเชื้อเพลิง #พระราม3 #กรุงเทพมหานคร #ความปลอดภัยประชาชน #TheNewsroom
