
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงข้อกังวลฝ่ายค้านว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 อาจล่าช้าจนกระทบการพิจารณารายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า การอภิปรายงบประมาณเป็นไปตามสิทธิของสมาชิกที่ลงชื่ออภิปรายในแต่ละมาตรา
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลพยายามบริหารเวลาและกระชับการประชุมอยู่แล้ว โดยการพิจารณางบประมาณตามปกติใช้เวลาประมาณ 3–4 วัน ส่วนจะเสร็จตามกรอบเวลาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการบริหารเวลาของสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หากทุกฝ่ายควบคุมเวลาได้ก็ไม่น่ามีปัญหา
พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลถ่วงเวลาเพื่อสกัดการพิจารณารายงาน กกต. โดยระบุว่า อาจเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านนำมาใช้กดดันรัฐบาลหรือสร้างกระแสทางสังคม แต่ข้อเท็จจริงคือการประชุมที่ผ่านมาเปิดโอกาสให้อภิปรายอย่างเต็มที่ โดยตลอด 2 วันที่ผ่านมา สภาฯ ประชุมต่อเนื่องถึงเวลาประมาณ 01.00 น. เพื่อให้การพิจารณางบประมาณเดินหน้าได้มากที่สุด
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากมีผู้อภิปรายจำนวนมาก เวลาก็ต้องเพิ่มขึ้น เช่น งบประมาณของกระทรวงมหาดไทยเพียงกระทรวงเดียวอาจใช้เวลาอภิปราย 4–5 ชั่วโมง ดังนั้นไม่สามารถกล่าวหาว่ารัฐบาลถ่วงเวลาได้ ขณะเดียวกันฝ่ายค้านก็ไม่ควรได้รับสิทธิอภิปรายเพียงฝ่ายเดียว เพราะทั้งสองฝ่ายควรมีเวลาแสดงความเห็นอย่างเท่าเทียม
ส่วนกรณีกิจกรรมชุมนุมวันที่ 13 กันยายน เพื่อเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการกรณีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สังคมต้องพิจารณาสถานการณ์โดยรอบ เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ขณะที่ฝ่ายค้านและเครือข่ายก็มีการเคลื่อนไหวกดดัน กกต. เช่นกัน
นายสิริพงศ์ ระบุว่า การจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะสามารถทำได้ หากไม่กระทบสิทธิประชาชน แต่หากมีการปิดถนนหรือสร้างผลกระทบต่อการเดินทางจำนวนมาก ควรคำนึงถึงประชาชนส่วนรวม
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากผลการพิจารณาของ กกต. ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผู้ชุมนุม จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร และหากผลออกมาเป็นไปตามข้อเรียกร้อง กลุ่มบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งแทน สว. ที่พ้นตำแหน่ง จะเป็นผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรอง ซึ่งควรพิจารณาถึงที่มาและผลประโยชน์ทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น
#สิริพงศ์อังคสกุลเกียรติ #งบประมาณปี2570 #สภาผู้แทนราษฎร #กกต #ฮั้วสว #การเมืองไทย #พรรคภูมิใจไทย #TheNewsroom
