
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบสุสานชาวยิวในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกคำสั่งให้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่สุสานใน อ.บางคล้าแล้ว
เบื้องต้นจะมีการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต 3 จาก 4 ร่าง ออกจากพื้นที่ เนื่องจากพบว่าเป็นการนำเข้ามาฝังในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาต ส่วนอีก 1 ร่างอยู่ระหว่างตรวจสอบช่วงเวลาการฝัง หากพบว่าอยู่หลังปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่ใบอนุญาตหมดอายุ จะต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายเช่นกัน
นายพลพีร์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเปิดเป็นสุสานต่อไปได้ เนื่องจากตรวจสอบพบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โดยเฉพาะเรื่องระยะห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะและถนนหลวง
ส่วนสุสานย่านเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ซึ่งพบหลุมฝังศพชาวอิสราเอลจำนวน 49 หลุม และมีการแบ่งพื้นที่ด้วยกำแพงกั้นนั้น ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบว่า มีการแบ่งแปลงพื้นที่หรือเปิดดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตหรือไม่
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยสั่งตรวจสอบ สุสานและสถานที่ฌาปนกิจศพทั่วประเทศประมาณ 1,200 แห่ง เพื่อสำรวจใบอนุญาต ผู้ยื่นคำขอ และจำแนกตามศาสนา พร้อมเตรียมลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราในวันที่ 10 กันยายน เพื่อติดตามความคืบหน้า
สำหรับการตรวจสอบธุรกิจของชาวต่างชาติ นายพลพีร์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างขยายผลกรณี บริษัท กาน ชาบาด จำกัด หลังพบข้อมูลผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นชาวอิสราเอลที่ได้รับสัญชาติไทย และเกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ที่ดินสุสาน รวมถึงศูนย์ชาบาดในจังหวัดภูเก็ต
การตรวจสอบจะครอบคลุมพื้นที่ต้องสงสัยทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ศูนย์ชาบาดย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร รวมถึงกรณีที่มีรายงานการซื้อที่ดินในจังหวัดปัตตานี โดยจะร่วมตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหานอมินีและความขัดแย้งทางสังคม
นายพลพีร์ ย้ำว่า หากพบการกระทำผิด แม้ผู้ถือหุ้นจะมีสัญชาติไทย ก็ยังสามารถดำเนินการตามกฎหมาย ตรวจสอบ ยึดทรัพย์ และดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องได้ รวมถึงกรณีผิดร้ายแรงอาจเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนสัญชาติและเนรเทศตามกฎหมาย
#พลพีร์สุวรรณฉวี#กระทรวงมหาดไทย#นอมินี#ทุนเทา#สุสานชาวยิว#กรมที่ดิน#DSI#ปปง#ตรวจสอบที่ดิน#TheNewsroom
