
วันที่ 8 ก.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งยกระดับการปราบปรามขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และจังหวัดปราจีนบุรี หลังพบการกระทำผิดในลักษณะเป็นเครือข่าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยประชาชนและสิ่งแวดล้อม
นายวราวุธมอบหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเชิงรับเป็นการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก โดยสนธิกำลังร่วมกับดีเอสไอ บก.ปทส. กรมควบคุมมลพิษ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานกลุ่มเสี่ยง โกดังเช่า และพื้นที่ร้าง หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุด
มาตรการจะครอบคลุมทั้งการสั่งหยุดประกอบกิจการ ปรับปรุงแก้ไข หรือปิดโรงงาน พร้อมดำเนินคดีอาญาและฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย เพื่อให้ผู้กระทำผิดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการและฟื้นฟูกากอุตสาหกรรมอย่างเต็มจำนวน รวมถึงพิจารณาใช้กฎหมายฟอกเงินเพื่อยึดทรัพย์และตัดวงจรขบวนการ
พร้อมสั่ง กรอ.เร่งปรับปรุงกฎหมายโรงงาน เพิ่มบทลงโทษทางอาญาและอัตราค่าปรับให้สูงขึ้น เพื่อไม่ให้การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมกลายเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการมองว่า “ทำผิดแล้วคุ้มเสี่ยง” และย้ำหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle) ให้ผู้ก่อมลพิษรับผิดชอบจนกว่ากากอุตสาหกรรมจะได้รับการบำบัดหรือกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
#วราวุธศิลปอาชา #กระทรวงอุตสาหกรรม #กากอุตสาหกรรม #กากอุตสาหกรรมเถื่อน #EEC #ปราจีนบุรี #มลพิษ #สิ่งแวดล้อม #PolluterPays #TheNewsroom
