
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 รายงานผลการพิจารณาต่อสภาฯ หลังกรรมาธิการร่วมกันพิจารณารายละเอียดของหน่วยรับงบประมาณรวม 3,286 หน่วย
นายเอกนิติ กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยพิจารณาความจำเป็น ภารกิจ ผลการดำเนินงาน ความต้องการของพื้นที่ รวมถึงฐานะการคลังของประเทศ ควบคู่หลักธรรมาภิบาล ความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม
สำหรับข้อเสนอด้านเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2570 ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง กมธ.เสนอให้รัฐบาลบริหารความเสี่ยงของโครงการที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมบริหารจัดการหนี้สาธารณะในระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังไว้รองรับวิกฤต โดยไม่กระทบเสถียรภาพและวินัยการเงินการคลัง
นอกจากนี้ เสนอให้ทบทวนหน่วยงานที่หมดความจำเป็นหรือมีภารกิจซ้ำซ้อน รวมถึงปรับปรุงกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับแหล่งเงินนอกงบประมาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณ
นายเอกนิติ กล่าวว่า กมธ.ได้ ปรับลดงบประมาณ 11,162 ล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ ผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม และศักยภาพในการเบิกจ่าย รวมถึงเงินนอกงบประมาณและรายได้ที่หน่วยงานจัดเก็บเอง
รายการที่ถูกปรับลดครอบคลุมโครงการที่ดำเนินการล่าช้าและคาดว่าจะเบิกจ่ายไม่ทัน โครงการที่มีราคาจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าวงเงินที่เสนอ รายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โครงการที่สามารถชะลอได้โดยไม่กระทบประชาชน รวมถึงโครงการที่ยกเลิกหรือสามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นทดแทนได้
ขณะเดียวกัน กมธ.ได้พิจารณา เพิ่มงบประมาณในรายการที่มีความจำเป็น เพื่อให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะงบกลาง พร้อมยืนยันว่าพร้อมชี้แจงและตอบข้อซักถามของสมาชิกสภาฯ ต่อไป
#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #งบประมาณปี2570 #กรรมาธิการงบประมาณ #งบประมาณรัฐ #กระทรวงการคลัง #วินัยการคลัง #เศรษฐกิจไทย #รัฐบาลไทย #TheNewsroom
