
โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เข้าสู่เดือนสุดท้าย โดยผลสำรวจของสำนักวิจัยซูเปอร์โพลจากประชาชน 1,128 ตัวอย่าง พบว่า 63.8% พึงพอใจมาตรการ 60/40 ในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะที่ 53.8% เห็นว่ามาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพได้มากถึงมากที่สุด และ 62.7% มองว่าส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนและร้านค้ารายย่อย
ในช่วงเดือนสุดท้าย ประชาชนที่ได้รับสิทธิยังทยอยใช้วงเงินอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มเฟซบุ๊ก “ไทยช่วยไทยพลัส 2569” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 390,000 คน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสอบถามเกี่ยวกับการใช้สิทธิอย่างคึกคัก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเปิดตัวรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ทางสถานีโทรทัศน์ NBT โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมประเดิมรายการ พร้อมนำเสนอแนวทางปฏิรูประบบราชการ ภายใต้เป้าหมาย “รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส”
นายปกรณ์ ระบุถึงโครงสร้างงบประมาณที่ปัจจุบันมีรายจ่ายประจำประมาณ 73% ขณะที่งบลงทุนอยู่ราว 20% จึงจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระรายจ่ายประจำ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาครัฐสามารถนำงบประมาณไปลงทุนพัฒนาประเทศได้มากขึ้น
ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นชอบหลักการมาตรการ เกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) สำหรับข้าราชการ 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือมีอายุราชการอย่างน้อย 25 ปี และผู้มีอายุ 40–49 ปี ที่มีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
ทั้งสองกลุ่มมีแนวทางกำหนดเงินก้อนชดเชยสูงสุด ไม่เกิน 12 เท่าของเงินเดือน พร้อมเงื่อนไขไม่กลับเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานประจำของหน่วยงานรัฐ เพื่อเปิดทางให้โครงสร้างกำลังคนภาครัฐมีความเหมาะสมและคล่องตัวมากขึ้น
การปฏิรูประบบราชการของรัฐบาลยังครอบคลุมการปรับกระบวนงานและนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กัน เป้าหมายคือให้รัฐมีขนาดเหมาะสม ขณะที่ประชาชนได้รับบริการที่ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
#ไทยช่วยไทยพลัส #อนุทินชาญวีรกูล #รัฐขนาดเล็ก #ปฏิรูประบบราชการ #EarlyRetire #รัชดาธนาดิเรก #ปกรณ์นิลประพันธ์ #ลดค่าครองชีพ #เศรษฐกิจฐานราก #TheNewsroom
