
รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูประบบราชการ ภายใต้แนวคิด “รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส” โดยปรับพร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่ กำลังคน กระบวนงาน และเทคโนโลยี เพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเหมาะสมกับภารกิจ ขณะที่ประชาชนได้รับบริการที่ง่ายและรวดเร็วขึ้น
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญมีความคืบหน้า โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง เห็นชอบหลักการสำคัญแล้ว และมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. จัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอ คปร. ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.
กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือมีอายุราชการ 25 ปีขึ้นไป และผู้มีอายุ 40–49 ปี ซึ่งมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยกำหนดเงินก้อนสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า พร้อมเงื่อนไขไม่กลับเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานประจำของหน่วยงานรัฐ
รัฐบาลย้ำว่า นโยบายนี้ ไม่ใช่การลดข้าราชการแบบเหมาเข่ง แต่เป็นการใช้จังหวะปรับกำลังคนให้เหมาะสมกับภารกิจ ลดตำแหน่งที่จำเป็นน้อยลง และรักษาบุคลากรไว้ในงานที่ประชาชนยังต้องการ
ด้านกระบวนงาน รัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ซึ่งจะมีผลวันที่ 4 มกราคม 2570 เพื่อทบทวนขั้นตอนอนุมัติและอนุญาต ลดการเรียกเอกสารซ้ำซ้อน ลดภาระประชาชน และลดช่องทางการทุจริต
ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐเร่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทดแทนงานประจำ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และลดการขอเอกสารที่ภาครัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว พร้อมเปิดทางใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกสนับสนุนงาน Digital Transformation โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มอัตรากำลังประจำ
รัฐบาลย้ำเป้าหมายสำคัญคือ “รัฐเล็กลง แต่บริการต้องดีขึ้น” ประชาชนต้องได้รับบริการที่ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ขั้นตอนน้อยลง ใช้เงินภาษีอย่างคุ้มค่า และตรวจสอบการทำงานของภาครัฐได้มากขึ้น
#ปฏิรูประบบราชการ #รัฐบาลไทย #รัฐเล็กลงบริการดีขึ้น #เกษียณก่อนกำหนด #DigitalTransformation #ราชการดิจิทัล #ลดขั้นตอนราชการ #บริการประชาชน #TheNewsroom
