
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยการเจรจามีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และทั้งสองฝ่ายสามารถ ได้ข้อสรุปในสาระสำคัญร่วมกัน ก่อนสหรัฐฯ ประกาศผลการไต่สวนตามมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันว่า ไทยจะได้รับอัตราภาษีที่เป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้ พร้อมเห็นชอบให้ทีมเจรจาระดับเทคนิคเร่งสรุปรายละเอียดที่เหลือโดยเร็ว
ภารกิจสำคัญของไทยคือการผลักดัน ความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ให้ได้ข้อสรุป เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย
นางศุภจี กล่าวว่า ทีมไทยได้เจรจากับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยพยายามหาข้อสรุปในประเด็นทางเทคนิคที่ยังมีความเห็นแตกต่าง พร้อมย้ำความตั้งใจของไทยที่จะเดินหน้าการเจรจาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ที่ผ่านมา ไทยเคยเผชิญภาษี Reciprocal Tariff ภายใต้กฎหมาย IEEPA สูงถึง 36% ก่อนลดลงเหลือ 19% ขณะที่ปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการไต่สวนไทยภายใต้มาตรา 301 ใน 2 ประเด็น ได้แก่ การนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ และกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 ของไทย โดยปี 2568 ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 2.37 ล้านล้านบาท และมีการจ้างงานในประเทศที่เกี่ยวข้องกว่า 400,000 ตำแหน่ง การเร่งสรุป ART จึงมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการไทย ภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร
นางศุภจี กล่าวว่า หากการเจรจาได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน จะช่วยให้ไทยได้รับอัตราภาษีที่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน รักษาตลาดส่งออกและการจ้างงาน รวมถึงเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน
สำหรับ ART ครอบคลุมการจัดการอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี การค้าดิจิทัล และโอกาสทางการค้าและการลงทุน โดยไทยจะเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและเพิ่มโอกาสทางการค้าในระยะยาว
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #กระทรวงพาณิชย์ #ไทยสหรัฐ #ART #USTR #การค้าระหว่างประเทศ #ส่งออกไทย #เศรษฐกิจไทย #TheNewsroom
