
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูต กงสุลต่างประเทศ และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในไทย รวม 76 คน พร้อมนำเสนอทิศทางประเทศภายใต้แนวคิด “เปิดกว้าง–เชื่อมโลก–เติบโตไปด้วยกัน”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจึงเดินหน้าปฏิรูปภาครัฐและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เทคโนโลยีใหม่ และกิจกรรมที่มีมูลค่าสูง พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ และสถาบันของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นายอนุทิน ย้ำว่า การต่างประเทศต้องเป็น “ประตูสู่โอกาส” ให้ประชาชนและประเทศ ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางการทูต แต่ต้องเชื่อมโยงไปถึง การลงทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ ตลาด และการพัฒนาทุนมนุษย์
รัฐบาลต้องการขยับความสัมพันธ์จากการซื้อขายสินค้าและบริการ ไปสู่การ ร่วมคิด ร่วมลงทุน และร่วมสร้างสิ่งใหม่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมขั้นสูง อาหาร และสุขภาพ
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยยังเป็นประเทศที่เปิดกว้าง มีเสถียรภาพ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศ โดยให้ความสำคัญกับมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความเป็นหุ้นส่วน พร้อมเชิญชวนคณะทูตประสานงานกับรัฐบาลและหน่วยงานด้านการค้า เพื่อค้นหาโอกาสความร่วมมือที่สามารถเดินหน้าได้จริง
สำหรับเวทีระหว่างประเทศในระยะต่อไป ไทยเตรียมเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ การประชุม Pre-COP ที่ฟิจิ การประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings ที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม และการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน เพื่อสื่อสารศักยภาพไทยและขยายความร่วมมือกับนานาประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับประชาคมโลก เพื่อสร้างความยืดหยุ่น ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน พร้อมเดินหน้าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ภายหลังการพบคณะทูต นายกรัฐมนตรีเป็นประธานมอบเงิน 7 ล้านบาท พร้อมสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในเนปาล ให้แก่เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย
#อนุทินชาญวีรกูล #การต่างประเทศ #การทูตไทย #ลงทุนไทย #OECD #เศรษฐกิจไทย #เศรษฐกิจดิจิทัล #อุตสาหกรรมแห่งอนาคต #ไทยเชื่อมโลก #TheNewsroom
