
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามโครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนเชื่อมต่ออำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง กับอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เพื่อพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเดินทางระหว่างพัทลุงและสตูลต้องใช้เส้นทางอ้อม ระยะทางประมาณ 145–243 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2–4 ชั่วโมง ส่งผลต่อต้นทุนและความสะดวกของประชาชน หากโครงข่ายถนนสายใหม่สามารถดำเนินการได้ จะช่วยลดระยะทางเหลือประมาณ 40 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางเหลือประมาณ 1 ชั่วโมง
โครงการอยู่ในพื้นที่รอยต่อจังหวัดพัทลุงและสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด จึงต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบและขออนุญาตตามขั้นตอนของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจังหวัดสตูลร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทสตูลจัดทำงบประมาณเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนระยะทางรวมประมาณ 21.3 กิโลเมตร
การศึกษาครอบคลุมเส้นทางเชื่อมสตูล–พัทลุง 7.6 กิโลเมตร และถนนภายในโครงการอ่างเก็บน้ำป่าบอน จังหวัดพัทลุง 6.3 กิโลเมตร กำหนดระยะเวลาศึกษา 270 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2570
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า โครงการมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แต่การพัฒนาเส้นทางต้องเดินควบคู่กับการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น เพราะคนในพื้นที่คือ “เจ้าของบ้าน” และต้องเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดแนวทางพัฒนา
หากโครงการเดินหน้าได้ตามความเหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนของภาคใต้ตอนล่าง พร้อมยกระดับความสะดวกและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
#วรศิษฎ์เลียงประสิทธิ์ #กระทรวงมหาดไทย #พัทลุง #สตูล #ถนนเชื่อมพัทลุงสตูล #คมนาคมภาคใต้ #โลจิสติกส์ #เศรษฐกิจภาคใต้ #TheNewsroom
