
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้วงเงิน 200,000 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หลังผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า หลังจากนี้ พ.ร.ก.จะเข้าสู่ขั้นตอนเปลี่ยนเป็นพระราชบัญญัติ พร้อมเปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอโครงการเพื่อพิจารณา
กรอบการใช้เงินจะมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ผ่านพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์ และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้ารองรับพลังงานสะอาด การเปลี่ยนผ่านยานยนต์จากน้ำมันสู่พลังงานทางเลือก รวมถึงการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)
นอกจากนี้ รัฐบาลยังพิจารณานำงบประมาณบางส่วนมาใช้สนับสนุนการยกระดับทักษะแรงงานไทย โดยร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเตรียมบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมพลังงานและเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยงานเสนอโครงการเข้ามาแล้ว ทั้งโครงการโซลาร์ การเปลี่ยนผ่านระบบขนส่ง และการพัฒนาทักษะ โดยทุกโครงการจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและตรงตามเป้าหมาย
สำหรับโครงการระยะเริ่มต้น รัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการโซลาร์ชุมชนและโซลาร์ภาคครัวเรือน โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนกันยายน หลังมีการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานไว้แล้ว
ส่วนการประชุมคณะกรรมการด้าน Data Center นัดแรก คาดว่าจะเริ่มประชุมภายในสัปดาห์หน้า เพื่อวางแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ
ด้านการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ทั้งระบบ นายเอกนิติ ระบุว่า อยู่ระหว่างรอข้อเสนอจากกระทรวงคมนาคม พร้อมกำชับให้มีความชัดเจนภายในเดือนกันยายน เพื่อให้เกิดแนวทางดำเนินการต่อไป
#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #กระทรวงการคลัง #เปลี่ยนผ่านพลังงาน #SolarEnergy #SmartGrid #EV #เศรษฐกิจไทย #TheNewsroom
