
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงโครงการเปลี่ยนรถสาธารณะและรถให้บริการประชาชนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใต้กรอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าเป็นมาตรการลดการพึ่งพาน้ำมัน ลดต้นทุนการเดินทาง และเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน
กระทรวงคมนาคมกำหนดเป้าหมายสนับสนุนรถสาธารณะ 7 กลุ่มหลัก รวมกว่า 6.5 แสนคัน ประกอบด้วย รถแท็กซี่และรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถสามล้อรับจ้าง รถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง รถรับส่งนักเรียน และรถบรรทุกขนส่ง
สำหรับรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยังไม่รวมในโครงการนี้ เนื่องจากได้รับงบประมาณปกติสำหรับจัดหารถใหม่ 1,520 คันแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มรับรถล็อตแรกในเดือนมีนาคม 2570 และมีแผนขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเปลี่ยนผ่านเป็น EV ในอนาคต
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากดำเนินการตามแผน กระทรวงคมนาคมคาดว่าจะสามารถลดการใช้น้ำมันได้ประมาณ 212 ล้านลิตรต่อปี ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ พร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยหากมีผู้เข้าร่วมโครงการ 153,140 คัน จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 419,800 ตันต่อปี
โครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเปลี่ยนเพียงแหล่งพลังงาน แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากรถบางส่วนมีอายุการใช้งานสูงและอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการเลือกเข้าร่วมโครงการเพื่อเปลี่ยนผ่านจากรถใช้น้ำมันสู่ EV ได้ตามความเหมาะสม
นายสิริพงศ์ ย้ำว่า การสนับสนุน EV เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ลดต้นทุนภาคประชาชน และสร้างระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
#สิริพงศ์อังคสกุลเกียรติ #กระทรวงคมนาคม #EV #รถสาธารณะ #ยานยนต์ไฟฟ้า #เปลี่ยนผ่านพลังงาน #ขนส่งไทย #TheNewsroom
